เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจ ตม. ร่วมเกาหลีใต้ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์อ้างเป็นอัยการ จับ 10 คน เสียหายกว่า 100 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่รายงานข่าวว่าตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 โดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวจีนและชาวเกาหลีใต้ใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานปฏิบัติการ อ้างตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลอกลวงเหยื่อชาวเกาหลีใต้ให้โอนเงิน ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย พร้อมยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวม 51 รายการ
ผลการตรวจสอบ
รายงานนี้มาจากการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของ ผบช.สตม. (พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในตำแหน่งที่ระบุได้ชัดเจน เนื้อหามีรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมและตรวจสอบได้ เช่น วันที่ปฏิบัติการ สถานที่ตรวจค้นที่ระบุย่านชัดเจน (ลาดพร้าว-ห้วยขวาง, วัชรพล-จตุโชติ, รัชดา-พระราม 9) จำนวนผู้ถูกจับกุมและสัญชาติ รวมถึงของกลาง รูปแบบปฏิบัติการสอดคล้องกับคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไทย นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้รายแรกที่มีประวัติ Overstay เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวน การที่ตำรวจไทยและเกาหลีใต้ทำงานร่วมกันยังสอดคล้องกับกลไกความร่วมมือตำรวจระหว่างประเทศที่มีมาอยู่แล้ว ยังไม่พบข้อมูลที่ขัดแย้งหรือหักล้างรายงานนี้
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ประเภทนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินจำนวนมาก เนื่องจากผู้หลอกลวงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือได้สูง หากได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐและขอให้โอนเงิน ให้ตรวจสอบผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าโอนเงินตามคำสั่งทางโทรศัพท์หรือออนไลน์โดยไม่ยืนยันตัวตน และแจ้งเหตุสแกมได้ที่สายด่วน 1441 (ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ) หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน