
มิจฉาชีพสวมรอยตัวตนบนโซเชียลมีเดีย หลอกเพื่อนและครอบครัวของเหยื่อโอนเงิน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับกลโกงไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Identity Hijack Scam โดยมิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหลอกเจ้าของข้อมูลโดยตรง แต่จะเก็บรวบรวมข้อมูลที่เปิดเผยบนโซเชียลมีเดีย เช่น ชื่อ รูปภาพ และรูปแบบการสื่อสาร แล้วนำไปสร้างบัญชีปลอมเพื่อทักหาเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัวของเหยื่อ โดยอ้างว่ากำลังเดือดร้อนและต้องการเงินช่วยเหลือ บัญชีที่ใช้หลอกจะมีชื่อและรูปโปรไฟล์เหมือนกับเจ้าของตัวจริง ทำให้คนรู้จักตายใจและโอนเงินให้โดยไม่ทันระวังตัว
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้เผยแพร่โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลไทย กลโกงแบบ Identity Hijack หรือการสวมรอยตัวตนบนโซเชียลมีเดียเป็นรูปแบบการฉ้อโกงที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในหลายประเทศ กลยุทธ์ที่อธิบายในเนื้อหา ได้แก่ การดึงข้อมูลจากโปรไฟล์สาธารณะ การสร้างบัญชีปลอม และการหลอกคนใกล้ชิดของเหยื่อ ล้วนสอดคล้องกับรายงานพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่พบจริงในประเทศไทยและต่างประเทศ คำแนะนำให้ตรวจสอบยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่น เช่น โทรศัพท์โดยตรง ก่อนโอนเงินใด ๆ เป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและสอดคล้องกับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล
สรุป
หากเชื่อและโอนเงินให้บัญชีปลอมที่สวมรอยคนรู้จัก อาจสูญเสียเงินโดยยากต่อการเรียกคืน เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้บัญชีม้าและไม่สามารถติดตามตัวได้ง่าย หากได้รับข้อความขอเงินจากเพื่อนหรือญาติทางออนไลน์ ให้โทรศัพท์ยืนยันตัวตนกับบุคคลนั้นโดยตรงก่อนทุกครั้ง และตรวจสอบสัญญาณเตือน เช่น บัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ รูปโปรไฟล์ที่ดูผิดปกติ หรือน้ำเสียงและวิธีพูดที่แตกต่างจากเดิม สามารถแจ้งเบาะแสและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านทาง LINE @antifakenewscenter
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน