เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กัลฟ์ ชี้แจงปม ครม. มีมติไฟเขียว ‘ดีอี’ ฟ้อง ‘GULF-THCOM’ เรียก 1,250 ล้าน ลั่นพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานข่าวว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ หรือ GULF โดยมีประเด็นข้อพิพาทว่า THCOM ไม่ได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ครบถ้วนภายหลังสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ 30 ปี และอาจมีค่าปรับสูงถึงประมาณ 1,250 ล้านบาท ข่าวนี้แพร่กระจายในสื่อการเงินและตลาดทุน ส่งผลให้ GULF ต้องออกหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเช้าวันที่ 7 กันยายน
ผลการตรวจสอบ
บมจ.กัลฟ์ ดีเวลอปเมนท์ ชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยระบุว่าบริษัทไทยคมได้ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดภายใต้สัญญาสัมปทานคืนให้แก่กระทรวงดีอีครบถ้วนแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564 ในส่วนของโครงสร้างทางกฎหมาย บริษัทอธิบายว่าคู่สัญญาสัมปทานเดิมคือบริษัทอินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) และไทยคม ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 GULF ได้ควบรวมกับ INTUCH เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทำให้ GULF รับโอนสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบทั้งหมดของ INTUCH โดยผลของกฎหมาย รวมถึงสิทธิในการเป็นคู่ความในกรณีพิพาทที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานดังกล่าว บริษัทยืนยันชัดเจนว่า ณ วันที่ออกหนังสือฉบับนี้ยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายในการชำระเงิน 1,250 ล้านบาทให้แก่กระทรวงดีอีแต่อย่างใด และหากมีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทพร้อมใช้สิทธิสู้คดีตามกรอบกฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย การชี้แจงนี้เป็นข้อมูลจากฝ่ายบริษัทเพียงฝ่ายเดียว ข้อพิพาทยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้าย
สรุป
ผู้ถือหุ้น GULF และ THCOM ควรติดตามความคืบหน้าของข้อพิพาทนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากกระบวนการอนุญาโตตุลาการเริ่มต้นขึ้น อาจส่งผลต่อราคาหุ้นและภาพรวมของบริษัท แนะนำให้ตรวจสอบเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการของบริษัทผ่านระบบเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยตรง และไม่ควรตัดสินใจลงทุนหรือขายหุ้นโดยอิงจากข่าวที่ยังไม่ผ่านการยืนยันจากทั้งสองฝ่าย
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน