เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ
ผู้ว่าฯ มีอำนาจประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจากมลพิษอากาศได้จริง แต่ยังขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวว่านายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามกฎหมายในการประกาศให้จังหวัดของตนเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ท่ามกลางวิกฤตมลพิษทางอากาศที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของไทยที่เผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ในระดับสูงเกินมาตรฐาน ข่าวดังกล่าวแพร่หลายในสื่อภาษาอังกฤษและสื่อออนไลน์หลายสำนัก สร้างความเข้าใจว่ามีช่องทางทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับการดำเนินการนี้อยู่แล้ว
ผลการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงเพียงบางส่วน โดยมีรายละเอียดสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้ ประการแรก ด้านฐานอำนาจทางกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ รวมถึงการระดมทรัพยากรและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในแง่นี้การกล่าวว่าผู้ว่าฯ มีอำนาจจัดการภัยพิบัติจึงมีมูลความจริงอยู่บ้าง ประการที่สอง ด้านความเฉพาะเจาะจงต่อมลพิษทางอากาศ ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายหรือระเบียบใดที่กำหนดชัดเจนว่ามลพิษทางอากาศหรือวิกฤตฝุ่น PM2.5 สามารถนำไปสู่การประกาศ 'เขตภัยพิบัติ' อย่างเป็นทางการได้ การตีความเช่นนี้จึงเป็นการขยายความอำนาจที่มีอยู่มากกว่าการอ้างอิงกฎหมายที่ระบุไว้โดยตรง นอกจากนี้ยังไม่เคยมีจังหวัดใดในประเทศไทยประกาศภัยพิบัติด้วยเหตุผลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ประการที่สาม ด้านตำแหน่งผู้กล่าว ต้องพิจารณาช่วงเวลาที่ข่าวนี้เผยแพร่ด้วย เนื่องจากอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยแพทองธาร ชินวัตร เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2567 หากข่าวนี้เผยแพร่หลังจากนั้น การระบุตำแหน่งของอนุทินว่าเป็น 'นายกรัฐมนตรี' อาจคลาดเคลื่อน กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าปัญหา PM2.5 เป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรง แต่กระบวนการรับมืออย่างเป็นทางการยังคงดำเนินผ่านกลไกของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมควบคุมมลพิษ และแผนปฏิบัติการระดับชาติ มากกว่าการประกาศภัยพิบัติระดับจังหวัด
สรุป
ข้อมูลที่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจากมลพิษทางอากาศนั้นเป็นความจริงเพียงบางส่วน แม้จะมีกฎหมายสาธารณภัยรองรับอำนาจผู้ว่าฯ ในเชิงกว้าง แต่ยังขาดกรอบกฎหมายที่ระบุชัดเจนสำหรับกรณีมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานราชการโดยตรง รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งและช่วงเวลาของผู้ให้ข้อมูลก่อนเผยแพร่ต่อ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology