เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

รัฐบาลสั่งยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วม 25-27 ก.ย. โรงพยาบาลต้องสำรองระบบสำคัญอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
ข่าวที่แพร่กระจาย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลสั่งยกระดับเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง อย่างน้อยถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ภาคกลาง-ตะวันตก ภาคตะวันออก โดยสั่งให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงทุกแห่งเตรียมระบบไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ออกซิเจน ยา เวชภัณฑ์ เลือด น้ำสะอาด และบุคลากรให้พร้อมอย่างน้อย 72 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังสั่งให้เขตสุขภาพที่ 3, 4 และ 6 เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (EOC) ระดับเขต และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ป่วยฟอกไต
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากการแถลงโดยตรงของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในตำแหน่งทางการ การสั่งการมีรายละเอียดชัดเจนทั้งพื้นที่เป้าหมาย เขตสุขภาพที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการรับมือเฉพาะด้าน สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจริง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่าน้ำท่วมส่งผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 11,796 ครัวเรือน ข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่าสถานการณ์ไม่รุนแรงเท่าปี 2554 และมีการวางระบบสกัดน้ำเหนือไหลเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งนี้ยังมีรายงานดินโคลนถล่มทับกุฏิสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี ยืนยันว่าสถานการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เนื้อหาของข่าวไม่พบการบิดเบือนหรือการอ้างข้อมูลเกินจริงแต่อย่างใด
สรุป
ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ภาคกลาง-ตะวันตก ภาคตะวันออก รวมถึงจันทบุรีและสระแก้ว ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องรับยาต่อเนื่องหรือใช้อุปกรณ์การแพทย์ ควรสำรองยาและวัสดุที่จำเป็นล่วงหน้า หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในการอพยพออกจากพื้นที่ และสามารถติดตามสถานการณ์ได้ผ่านช่องทางทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงสาธารณสุข
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน