เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

"เขาเอาไปหมดแล้ว 850,000 [บาท]" เหตุใด Gen Z ไทยตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์มากขึ้น
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแชร์คลิปวิดีโอและรายงานข่าวเกี่ยวกับนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ไทยที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์จำนวนมากในช่วงปลายปี 2569 รวมถึงกรณีเด็กหญิงวัย 19 ปีที่สูญเงิน 800,000 บาท และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลสามคนที่ถูกกักตัวในห้องพักและสูญเงินรวม 850,000 บาท รายงานระบุว่ากลโกงที่ใช้คือการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานค่ายมือถือ ข่มขู่ว่าเหยื่อมีคดีติดตัวหรือพ่อแม่จะถูกจับกุม แล้วบังคับให้โอนเงินหรือนำเงินสดมาส่งมือ โดยสถิติจาก ACSC ชี้ว่าคนอายุ 19-22 ปี กลายเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลสถิติในรายงานนี้มาจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่รวบรวมตัวเลขคดีอย่างเป็นทางการ กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลและนักศึกษาหญิงวัย 19 ปีได้รับการยืนยันจากเพจ Facebook ทางการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน กลโกงในรูปแบบที่อ้างถึง ได้แก่ การแอบอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ และการใช้แอปพลิเคชัน Line วิดีโอคอลเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ เป็นรูปแบบที่ตรงกับแนวทางที่หน่วยงานตำรวจเคยเตือนประชาชนมาก่อนหน้า ข้อมูลจากดีลอยท์เกี่ยวกับ Gen Z สหรัฐฯ เป็นผลสำรวจที่เผยแพร่ในปี 2567 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มระดับโลกที่ Gen Z แม้จะเชี่ยวชาญเทคโนโลยี แต่กลับมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากใช้โซเชียลมีเดียและแชร์ข้อมูลออนไลน์มากกว่า ไม่พบหลักฐานว่าตัวเลขหรือเหตุการณ์ที่รายงานถูกบิดเบือนหรือแต่งขึ้น
สรุป
ผู้ที่เชื่อว่าการโดนหลอกลวงออนไลน์เป็นเรื่องของคนสูงอายุหรือคนที่ไม่รู้เทคโนโลยี อาจประเมินความเสี่ยงของตนเองต่ำเกินไปและเสียเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาทได้ง่าย หากได้รับสายจากคนแปลกหน้าอ้างว่าเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ให้วางสายแล้วโทรกลับไปที่สายด่วนหน่วยงานนั้นโดยตรง ห้ามโอนเงินหรือนำเงินสดมาส่งให้ใครโดยไม่ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางทางการ และสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1441 ของ บช.สอท. ตลอด 24 ชั่วโมง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน