เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ปภ. รายงานน้ำท่วม 31 จังหวัด กระทบกว่า 3.5 ล้านคน เร่งระบายน้ำและฟื้นฟูพื้นที่
ข่าวที่แพร่กระจาย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยแพร่รายงานสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยอธิบดี ปภ. ระบุว่ามีน้ำท่วมใน 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 179 อำเภอ 1,279 ตำบล 9,339 หมู่บ้าน สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับน้ำจากภาคเหนือไหลมาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง มีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 1,245,581 ครัวเรือน หรือราว 3,535,206 คน โดยพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นได้แก่ อุทัยธานี ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง เป็นต้น ขณะที่พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และสระบุรีระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากรายงานทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่โดยตรงในการติดตามและรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2569 รายงานมีความละเอียดในระดับหมู่บ้านและรายจังหวัด ซึ่งเป็นมาตรฐานการรายงานของ ปภ. ที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์น้ำท่วมในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นเหตุการณ์ตามฤดูกาลที่เกิดซ้ำในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางซึ่งได้รับน้ำจากทั้งฝนในพื้นที่และน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบในระดับล้านคนนั้นสอดคล้องกับขนาดของเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอดีต และมีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตในบางจังหวัด เช่น กาญจนบุรี 2 ราย สระบุรี 1 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่รายงานตามความเป็นจริง ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าข้อมูลถูกบิดเบือนหรือเกินจริง
สรุป
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดยังคงมีความรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่จับต้องได้ ได้แก่ ความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงอันตรายจากการสัญจรในพื้นที่น้ำท่วม ประชาชนในจังหวัดที่ระบุควรติดตามประกาศเตือนภัยจาก ปภ. และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่น้ำท่วม และเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ให้พร้อม สามารถโทรแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน