เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจบุกจับมิจฉาชีพเปิดเพจสอนขายของออนไลน์ หลอกเหยื่อโอนเงินกว่า 14.7 ล้านบาทผ่าน 22 บัญชี
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแพร่กระจายข่าวว่าตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมชายวัย 34 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีหลอกลวงประชาชน โดยแก๊งดังกล่าวใช้วิธีเปิดเพจเฟซบุ๊กสอนขายของออนไลน์เพื่อดึงดูดเหยื่อ จากนั้นชักชวนให้เข้ากลุ่ม Line Open Chat ซึ่งมีหน้าม้าแฝงตัวอยู่ ก่อนหลอกให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ปลอมและโอนเงินเพื่อ 'สร้างเครดิต' เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงิน จะถูกอ้างว่าทำผิดเงื่อนไขและต้องโอนเงินเพิ่มอีก ส่งผลให้เหยื่อรายเดียวสูญเสียเงินไปกว่า 14.7 ล้านบาทผ่านบัญชีมากถึง 22 บัญชี ผู้ต้องหาถูกจับกุมที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร
ผลการตรวจสอบ
จากข้อมูลที่รายงาน หมายจับศาลอาญาเลขที่ 3953/2569 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ถูกระบุอย่างชัดเจน พร้อมข้อหาที่มีรายละเอียดครบถ้วนทั้งคดีฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และเป็นอั้งยี่ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการผ่านกระบวนการยุติธรรม ชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ระบุในข่าวอย่าง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม เป็นสาธารณบุคคลในตำแหน่งที่ตรวจสอบได้ รูปแบบการหลอกลวงที่บรรยายในข่าว ได้แก่ การใช้เพจโซเชียลมีเดีย กลุ่มไลน์ หน้าม้า และเว็บไซต์ปลอม สอดคล้องกับแนวทางที่หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเคยเตือนประชาชนซ้ำหลายครั้ง ยอดความเสียหาย 14,756,170.20 บาทที่ระบุเป็นตัวเลขเฉพาะเจาะจงบ่งชี้ว่ามาจากการรวบรวมข้อมูลเชิงคดีจริง ไม่ใช่การประมาณ
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงลักษณะนี้อาจสูญเสียเงินสะสมจำนวนมากในเวลาอันสั้น เพราะระบบหลอกลวงจะล็อกเหยื่อให้โอนเงินต่อเรื่อย ๆ โดยไม่มีวันได้ถอนกลับ ประชาชนควรระวังเพจหรือกลุ่มออนไลน์ที่เสนอวิธีทำรายได้ผ่านการ 'ทดสอบระบบ' หรือ 'สร้างเครดิต' ด้วยการโอนเงิน เพราะไม่มีแพลตฟอร์มขายของที่ถูกกฎหมายใดใช้วิธีนี้ หากพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปอท. หมายเลข 1441 หรือเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน