เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

มิจฉาชีพ หลอกสแกนหน้าแลก 500 อ้างเป็นค่าแก๊สรัฐฯ แต่แอบเปิดเป็นบัญชีม้า
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแพร่กระจายข่าวกรณีมิจฉาชีพในพื้นที่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ใช้วิธีให้ "คนรู้จักหรือญาติในชุมชน" ชักชวนชาวบ้านไปสแกนใบหน้าและใช้บัตรประชาชน โดยอ้างว่าเป็นการลงทะเบียนรับเงินสวัสดิการค่าแก๊สหุงต้มจากรัฐบาล 500 บาท และยังให้ค่าหัวคิวแก่ผู้ชักชวน 300 บาทต่อราย บางรายถูกอ้างว่าเป็นการสมัครสมาชิกร้านค้าใหม่เพื่อรับเงิน 700 บาท ผู้ที่ยินยอมสแกนหน้าไม่ทราบว่าข้อมูลของตนถูกนำไปเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ในต่างพื้นที่และใช้กู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน มีเหยื่อแจ้งความแล้วอย่างน้อย 31 ราย จากผู้เสียหายทั้งหมดประมาณ 100 คน
ผลการตรวจสอบ
จากเนื้อหาที่ปรากฏ รูปแบบกลโกงนี้มีความเฉพาะเจาะจงและสอดคล้องกับวิธีการที่ตำรวจไซเบอร์เคยออกคำเตือนหลายครั้ง คือการใช้ข้อมูลชีวมิติ (ใบหน้า) ร่วมกับบัตรประชาชนเพื่อเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์โดยไม่ต้องไปสาขา ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่าตรวจพบบัญชีที่ถูกเปิดในชื่อตนเองที่สาขามหาสารคาม มีเงินโอนเข้า 23,500 บาท และอีกรายพบบัญชีสาขากรุงเทพฯ มีเงินเข้า 24,000 บาท ซึ่งถูกโอนออกหมดแล้วทั้งสองบัญชี ผู้นำชุมชนยืนยันว่ามีการแจ้งเตือนผ่านเสียงตามสายมาก่อนแล้ว แต่ชาวบ้านบางส่วนยังหลงเชื่อเพราะผู้ชักชวนเป็นคนในหมู่บ้านที่ตนเองไว้ใจ ตำรวจไซเบอร์และ สภ.วาปีปทุม ลงพื้นที่ยืนยันคดีและเตรียมออกหมายจับแล้ว ธนาคารกสิกรไทยถูกระบุเป็นธนาคารที่เหยื่อควรรีบติดต่อเพื่อแจ้งเหตุ เนื่องจากกลโกงนี้ใช้ช่องทางนั้นเป็นหลัก พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ทั้งในส่วนของผู้กระทำและบัญชีม้า
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจต้องแบกรับภาระหนี้ที่ตนเองไม่ได้ก่อและอาจเผชิญความเสี่ยงถูกดำเนินคดีในฐานะเจ้าของบัญชีม้า แม้จะไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นความเสียหายทั้งทางการเงินและทางกฎหมายที่ร้ายแรง หากคุณหรือคนรู้จักเคยสแกนใบหน้าเพื่อรับเงินจากบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐโดยตรง ให้รีบนำบัตรประชาชนไปติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบว่ามีบัญชีที่ไม่ได้เปิดเองหรือไม่ และแจ้งความกับตำรวจหรือสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 พร้อมจำไว้ว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายให้สแกนใบหน้ากับบุคคลที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานราชการเพื่อรับเงินสวัสดิการใดๆ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน