เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กรณ์-อภิสิทธิ์ ประสานเสียงถล่มงบฯ 70 จี้รัฐบาลเลิกติดกับดักกู้เงิน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 7 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์สองรายอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท รายแรกเสนอให้ปรับลดงบรวมลงร้อยละ 10 เพื่อเปิดช่องให้ ครม. จัดสรรใหม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ด้าน พร้อมชี้ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนำไปใช้กับโครงการเดิมไม่ตรงจุด และโครงสร้างภาษีเก็บได้แค่ร้อยละ 14 ของ GDP โดยร้อยละ 99 มาจากมนุษย์เงินเดือน รายที่สองเสนอลดงบ 150,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าหนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และตั้งข้อสงสัยว่างบกลางฉุกเฉิน 100,000 ล้านบาทและค่าบริการคลาวด์ภาครัฐ 4,500 ล้านบาทถูกนับรวมเป็นรายจ่ายลงทุนอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งอาจขัดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง
ผลการตรวจสอบ
การอภิปรายดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกระบวนการนิติบัญญัติสาธารณะที่บันทึกและตรวจสอบได้ ข้อมูลตัวเลขที่ฝ่ายค้านอ้างอิง เช่น สัดส่วนรายได้รัฐต่อ GDP อัตราการเติบโตเศรษฐกิจ และวงเงินงบประมาณ เป็นตัวเลขที่ฝ่ายอภิปรายนำมาใช้เพื่อสนับสนุนจุดยืนนโยบาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการถกเถียงในสภา ประเด็นเรื่องการนับรายจ่ายลงทุนตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดให้รายจ่ายลงทุนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณและไม่น้อยกว่าวงเงินขาดดุลนั้น เป็นข้อกังวลที่สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารงบประมาณจริง ฝ่ายคณะกรรมาธิการวิสามัญโดยรองประธานพรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นชี้แจงว่ากระบวนการโปร่งใสและถูกต้อง บทความรายงานทั้งสองฝ่ายครบถ้วน ไม่ตัดบริบทหรือเน้นเพียงด้านเดียว จึงถือเป็นการรายงานข่าวกระบวนการสภาที่เป็นข้อเท็จจริง
สรุป
ผู้อ่านที่ติดตามสถานะการเงินการคลังของประเทศควรทราบว่าข้อถกเถียงเรื่องวินัยการคลัง การจำแนกรายจ่ายลงทุน และระดับหนี้สาธารณะเป็นประเด็นนโยบายที่มีผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งกระทบกับภาระภาษีและบริการสาธารณะที่ประชาชนได้รับ สามารถติดตามรายละเอียดร่างงบประมาณและบันทึกการประชุมสภาได้ที่เว็บไซต์ทางการของสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงบประมาณ เพื่อประกอบการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน