การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาแพทย์สูญกว่า 6.6 แสน ยึดทรัพย์ 100 ล้าน

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 6 ต.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลวิธีโทรหานักศึกษาชายวัย 19 ปี ที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดนครปฐม โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แล้วกล่าวหาว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน จากนั้นโอนสายต่อให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง และ DSI เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เหยื่อถูกกดดันให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร 5 รายการ รวม 212,989.90 บาท และยังถูกหลอกให้ถอนเงินสดอีก 450,000 บาท นำไปส่งมอบแก่คนร้ายที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านศาลายา จ.นครปฐม รวมความเสียหายทั้งสิ้น 662,989.90 บาท เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569

ผลการตรวจสอบ

ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบว่าเงินที่เหยื่อโอนถูกส่งต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายราย และบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำมูลค่านับล้านบาท นอกจากนี้ยังติดตามเส้นทางเงินสดที่ถูกส่งต่อเป็นทอด ๆ จนพบว่าไปรวมศูนย์อยู่ที่บ้านพักในหมู่บ้านหรูเขตสะพานสูง กทม. เมื่อรวบรวมหลักฐานพอเพียงแล้ว จึงขอหมายค้นจากศาลอาญามีนบุรี (หมายที่ 386/2569 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2569) และเข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ชาวจีนวัย 37 ปีทำหน้าที่รับเงิน และแม่บ้านชาวเมียนมาอีก 2 ราย ทำหน้าที่รับ-ส่งเงินสด ตรวจยึดของกลางกว่า 40 รายการ รวมถึงนาฬิกาหรูยี่ห้อดัง เงินสดกว่า 9 แสนบาท และอุปกรณ์สื่อสาร รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แจ้งข้อหาหลายฐานทั้งฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ ซ่องโจร และฟอกเงิน การปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำหนดเป้านักศึกษาเป็นพิเศษ โดยพบความเสียหายจากกลุ่มนี้แล้วกว่า 200 ล้านบาท

สรุป

หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้โทรมาอ้างว่าคุณพัวพันคดีฟอกเงินและบีบให้โอนเงินเพื่อ 'พิสูจน์ความบริสุทธิ์' ให้วางสายทันที เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่แท้จริงไม่มีอำนาจสั่งให้ประชาชนโอนเงินหรือส่งเงินสดผ่านช่องทางส่วนตัวเด็ดขาด สามารถตรวจสอบหรือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com และควรปรึกษาคนใกล้ชิดก่อนทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกิดขึ้นในลักษณะเร่งด่วนหรือสร้างความกดดัน

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
6 ต.ค. 2569 12:18
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
6 ต.ค. 2569 12:19
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
6 ต.ค. 2569 12:20
พบข้อมูลจาก 1 แหล่งอ้างอิง
6 ต.ค. 2569 12:21
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.)
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·9 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·12 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·12 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·13 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·13 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·14 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต