เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจไซเบอร์จับผู้ต้องหา 2 ราย คดีหลอกลงทุนผ่านแอปหาคู่ ผู้เสียหายสูญกว่า 6 แสนบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวว่าตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในคดีฉ้อโกงรูปแบบ 'หลอกรัก หลอกลงทุน' หรือที่เรียกว่า Pig Butchering Scam โดยขบวนการเริ่มต้นจากการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดัง จากนั้นชวนเหยื่อหญิงวัย 38 ปี ลงทุนผ่านแอปพลิเคชันเทียม โดยอ้างว่าสามารถซื้อทองคำและหุ้นเพื่อทำกำไรระยะสั้น เหยื่อถูกหลอกให้โอนเงินครั้งแรก 19,500 บาท และได้รับเงินกำไรคืนจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนที่จะถูกหลอกให้โอนสินทรัพย์ดิจิทัลรวม 19,285 USDT รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 618,299.25 บาท ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายถูกจับกุมที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย และโบ้ยกันเองว่าแต่ละรายถูกหลอกให้เปิดบัญชีหรือรับจ้างกดเงิน
ผลการตรวจสอบ
เนื้อหาข่าวระบุรายละเอียดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ทั้งชื่อ ยศ และหน่วยงาน ซึ่งเป็นลักษณะการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของตำรวจไซเบอร์ รูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข่าวสอดคล้องกับ Pig Butchering Scam ที่หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลกให้คำเตือนไว้ โดยมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วน ได้แก่ การสร้างความไว้ใจผ่านแอปหาคู่ การให้กำไรจริงในรอบแรกเพื่อล่อให้ลงทุนเพิ่ม และการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อโอนเงินที่ตามสืบยากกว่าช่องทางปกติ ข้อหาที่แจ้งแก่ผู้ต้องหาทั้งสองได้แก่ ฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และการสมคบกันฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้กับคดีบัญชีม้าและการเป็นตัวกลางรับโอนเงินจากการฉ้อโกงโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องรายอื่น แสดงว่าขบวนการยังไม่ถูกปิดล้อมทั้งหมด
สรุป
ผู้ที่ตกหลุมกลลวงนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินจำนวนมากโดยไม่สามารถเรียกคืนได้ เนื่องจากเงินถูกโอนในรูปสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งติดตามยาก ควรระวังการติดต่อจากบุคคลแปลกหน้าบนแอปพลิเคชันหาคู่หรือโซเชียลมีเดียที่อ้างว่ามีเคล็ดลับการลงทุนพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อมีการชวนให้โอนเงินหรือสกุลเงินดิจิทัล หากพบเหตุน่าสงสัยหรือตกเป็นเหยื่อสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน