การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษาสูญกว่า 200 ล้าน

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 6 ต.ค. 2569 2 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์ กก.3 บก.สอท.2 ร่วมกับสำนักงาน ปปง. บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งพื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. โดยอาศัยหมายค้นศาลอาญามีนบุรีที่ 386/2569 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวใช้กลอุบายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายโทรศัพท์ แล้วโอนสายต่อไปยังบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นหลอกให้เหยื่อโอนเงินและถอนเงินสดเพื่อ 'พิสูจน์ความบริสุทธิ์' โดยเหยื่อรายหนึ่งเป็นชายอายุ 19 ปี ถูกหลอกสูญเงินกว่า 662,989 บาท และพบว่าเงินส่วนหนึ่งถูกนำไปซื้อทองคำในร้านทองชื่อดังมูลค่านับล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวมจากเหยื่อกลุ่มนักศึกษาทะลุ 200 ล้านบาท

ผลการตรวจสอบ

การปฏิบัติการครั้งนี้มีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้หลายด้าน ได้แก่ ชื่อและตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสหลายนาย หมายเลขหมายค้นและชื่อศาลที่ออกหมาย (ศาลอาญามีนบุรี หมาย 386/2569 ลงวันที่ 5 ต.ค. 69) สัญชาติและบทบาทของผู้ต้องหาแต่ละราย รวมถึงรายการทรัพย์สินที่ยึดได้ เช่น นาฬิกาหรูยี่ห้อ Richard Mille, Patek Philippe, Rolex และ Audemars ซึ่งสอดคล้องกับทรัพย์ที่มักพบในคดีฟอกเงิน รูปแบบการหลอกลวงที่ระบุในข่าว ได้แก่ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การโอนสายต่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และการบังคับให้เหยื่อนำเงินสดไปมอบที่ห้างสรรพสินค้า ล้วนตรงกับรูปแบบที่ทางการไทยเคยเตือนภัยมาโดยตลอด สำนักงาน ปปง. ยังเข้าร่วมปฏิบัติการโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับกรอบกฎหมายฟอกเงินที่อนุญาตให้อายัดและยึดทรัพย์จากคดีประเภทนี้

สรุป

ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อหรือเชื่อตามกลอุบายของแก๊งลักษณะนี้อาจสูญเงินจำนวนมากในเวลาอันสั้น เนื่องจากคนร้ายสร้างแรงกดดันให้ตัดสินใจเร็วโดยอ้างคดีทางกฎหมาย สิ่งสำคัญที่ควรจำคือ เจ้าหน้าที่รัฐที่แท้จริงไม่มีนโยบายติดต่อให้โอนเงินหรือถอนเงินสดเพื่อ 'พิสูจน์ความบริสุทธิ์' ทางโทรศัพท์ หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะนี้ ให้วางสายทันทีและโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เพื่อตรวจสอบข้อมูลโดยตรง

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
6 ต.ค. 2569 13:37
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
6 ต.ค. 2569 13:38
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
6 ต.ค. 2569 13:39
พบข้อมูลจาก 2 แหล่งอ้างอิง
6 ต.ค. 2569 13:40
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)
2
สำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·8 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·11 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·11 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·12 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·12 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·13 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต