เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจไซเบอร์บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกนักศึกษาสูญกว่า 3.6 ล้านบาท อ้างพัวพันคดีฟอกเงิน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแชร์ข่าวปฏิบัติการของตำรวจไซเบอร์ที่บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งหลอกนักศึกษาหญิงจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ โดยคนร้ายโทรหาเหยื่ออ้างตัวเป็นพนักงานเครือข่ายมือถือ แจ้งว่ามีผู้นำบัตรประชาชนของเหยื่อไปเปิดซิมเพื่อกระทำผิด จากนั้นโอนสายให้คุยกับคนร้ายอีกคนที่อ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย แจ้งว่าเหยื่อพัวพันคดีฟอกเงิน และให้โอนเงินเข้า 'บัญชีกลาง ปปง.' เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เหยื่อหลงเชื่อทยอยโอนและถอนเงินสดส่งให้คนร้ายถึง 3,617,000 บาท ก่อนรู้ตัวว่าถูกหลอกและแจ้งความ
ผลการตรวจสอบ
ตำรวจไซเบอร์ บช.สอท. นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ดำเนินปฏิบัติการเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2569 บุกค้น 3 จุดโดยใช้หมายค้นศาลที่มีเลขคดีระบุชัดเจน ได้แก่ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 508/2569 และศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 524/2569 และ 525/2569 รายละเอียดกระบวนการหลอกลวงที่เปิดเผยสอดคล้องกับรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่รู้จักกันดี คือ สร้างความกลัวด้วยข้อหาทางกฎหมาย บังคับให้ปิดเป็นความลับ และให้โอนเงินเร่งด่วน พบว่าขบวนการนี้มีสมาชิกหลายสัญชาติ ทั้งชาวจีน ชาวเวียดนาม และคนไทย แบ่งหน้าที่ชัดเจน ทั้งผู้โทรหลอก ผู้รับเงินสด ผู้จัดหายานพาหนะรับเงิน และเครือข่ายบัญชีม้า ข้อมูลทั้งหมดมาจากการแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงโดยตรงและมีหลักฐานปฏิบัติการรองรับ ไม่พบจุดขัดแย้งหรือการบิดเบือนในเนื้อหา
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อรูปแบบนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินจำนวนมากในเวลาอันสั้น เพราะกลไกกดดันทางจิตวิทยา (ความกลัวข้อหาทางกฎหมาย) ทำให้ตัดสินใจโอนเงินโดยไม่ปรึกษาใคร ขอให้จำไว้ว่าหน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อ 'พิสูจน์ความบริสุทธิ์' และ ปปง. ไม่มีบัญชีกลางรับเงินจากประชาชน หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและโทรยืนยันโดยตรงกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านหมายเลขทางการ หรือแจ้ง สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน