เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจ CIB จับผู้ต้องหาบัญชีม้าที่อยุธยา เหยื่อถูกหลอกแอบอ้างสถานทูต-ตำรวจสูญเงิน 6 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแพร่กระจายข่าวการจับกุมผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งในข้อหาเปิดบัญชีม้าให้มิจฉาชีพใช้หลอกลวงเหยื่อ โดยระบุว่าเหยื่อซึ่งพำนักอยู่ในประเทศแคนาดาได้รับโทรศัพท์จากผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต แจ้งว่าพบพาสปอร์ตปลอมของเหยื่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นโอนสายต่อให้ผู้ร่วมขบวนการที่อ้างตัวเป็นตำรวจ CIB เหยื่อถูกชักชวนให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ และถูกหลอกให้โอนเงินรวม 4 ครั้ง รวมเงิน 6 ล้านบาทเพื่อ 'ตรวจสอบเส้นทางการเงินและแสดงความบริสุทธิ์' จนกระทั่งเหยื่อสังเกตพบความผิดปกติและมอบอำนาจให้ตัวแทนแจ้งความ ตำรวจสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่อยุธยาและเข้าจับกุมได้
ผลการตรวจสอบ
รายงานนี้อ้างอิงจากการแถลงข่าวการจับกุมของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ซึ่งระบุเลขที่หมายจับของศาลอาญา (ที่ 308/2568 ลงวันที่ 17 มกราคม 2568) อันเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบกับฝ่ายตุลาการได้ นอกจากนี้ยังมีการระบุยศ ชื่อ และตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้อำนวยการปฏิบัติการครบถ้วนซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการแถลงข่าวจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รูปแบบการหลอกลวง (แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ-สถานทูต ให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์) เป็นที่รู้จักกันดีในวงการป้องกันภัยออนไลน์และถูกเตือนซ้ำโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในฐานะผู้เปิดบัญชีม้า ไม่ใช่ผู้วางแผนหลอกลวงโดยตรง และยังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ความผิดทางกฎหมาย ข้อหาที่ใช้ฟ้องอยู่ภายใต้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเพื่อประกอบอาชญากรรม
สรุป
ผู้ที่หลงเชื่อกลลวงลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูญเสียเงินจำนวนมากในระยะเวลาสั้น เนื่องจากมิจฉาชีพสร้างความตื่นตระหนกด้วยข้ออ้างทางกฎหมายปลอม กด pressure ให้โอนเงินด่วนโดยไม่ให้เหยื่อมีเวลาตรวจสอบ สิ่งสำคัญที่ควรจำ: หน่วยงานราชการไทยและสถานทูตจะไม่ติดต่อทางโทรศัพท์หรือไลน์เพื่อให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์เด็ดขาด หากได้รับสายลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและโทรยืนยันกับหมายเลขทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรง หรือแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน