เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจ CIB จับบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ดูดเงินเหยื่อกว่า 1.6 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวกรณีที่แก๊งมิจฉาชีพโทรหาผู้เสียหายโดยอ้างตัวว่าเป็นบุตรเขยก่อน แจ้งว่าจะมีพนักงานการไฟฟ้าติดต่อเรื่องมิเตอร์มีปัญหา จากนั้นส่งต่อให้ 'เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า' ปลอม ซึ่งให้ผู้เสียหายแอดไลน์และส่งรูปบิลค่าไฟพร้อมคิวอาร์โค้ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นวิดีโอคอลหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปธนาคารและสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ก่อนอ้างว่าระบบกำลังประมวลผลและให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้ง ผู้เสียหายพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปรวม 2 รายการ มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,640,000 บาท
ผลการตรวจสอบ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เลขที่ 556/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้เพื่อกระทำความผิดทางอาญา จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของผู้ต้องหาเพื่อชำระค่าทองคำภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในขอนแก่น 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลวิธีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นิยมใช้แปลงเงินสดให้ยากต่อการตรวจสอบ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าถูกชักชวนทาง Facebook ให้ให้เช่าบัญชีธนาคารแลกค่าตอบแทน 4,000 บาท ซึ่งเป็นข้ออ้างที่พบบ่อยในคดีบัญชีม้า โดยไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 บัญญัติให้การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดมีโทษทางอาญา
สรุป
ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงลักษณะนี้อาจสูญเสียเงินหลักล้านบาทในชั่วข้ามคืน เนื่องจากคนร้ายจะรีบแปลงเงินเป็นทองคำหรือสินทรัพย์อื่นทันทีเพื่อตัดการตามกู้คืน หากได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด ๆ และขอให้เปิดแอปธนาคารหรือสแกนใบหน้า ให้วางสายทันทีและโทรยืนยันตรงกับหน่วยงานนั้นผ่านเบอร์ทางการ โดยไม่ใช้เบอร์ที่โทรเข้ามา นอกจากนี้ ควรระวังการให้เช่าบัญชีธนาคารผ่านโซเชียลมีเดียเพราะผิดกฎหมายและมีโทษจำคุก แม้ผู้ให้เช่าจะไม่ทราบว่าเงินนั้นมาจากการฉ้อโกง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน