การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

ตำรวจ CIB จับบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ดูดเงินเหยื่อกว่า 1.6 ล้านบาท

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 24 ส.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีการเผยแพร่ข่าวกรณีที่แก๊งมิจฉาชีพโทรหาผู้เสียหายโดยอ้างตัวว่าเป็นบุตรเขยก่อน แจ้งว่าจะมีพนักงานการไฟฟ้าติดต่อเรื่องมิเตอร์มีปัญหา จากนั้นส่งต่อให้ 'เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า' ปลอม ซึ่งให้ผู้เสียหายแอดไลน์และส่งรูปบิลค่าไฟพร้อมคิวอาร์โค้ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นวิดีโอคอลหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปธนาคารและสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ก่อนอ้างว่าระบบกำลังประมวลผลและให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาอีกครั้ง ผู้เสียหายพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปรวม 2 รายการ มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,640,000 บาท

ผลการตรวจสอบ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เลขที่ 556/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้เพื่อกระทำความผิดทางอาญา จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของผู้ต้องหาเพื่อชำระค่าทองคำภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในขอนแก่น 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลวิธีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นิยมใช้แปลงเงินสดให้ยากต่อการตรวจสอบ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าถูกชักชวนทาง Facebook ให้ให้เช่าบัญชีธนาคารแลกค่าตอบแทน 4,000 บาท ซึ่งเป็นข้ออ้างที่พบบ่อยในคดีบัญชีม้า โดยไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 บัญญัติให้การยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดมีโทษทางอาญา

สรุป

ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงลักษณะนี้อาจสูญเสียเงินหลักล้านบาทในชั่วข้ามคืน เนื่องจากคนร้ายจะรีบแปลงเงินเป็นทองคำหรือสินทรัพย์อื่นทันทีเพื่อตัดการตามกู้คืน หากได้รับโทรศัพท์จากคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด ๆ และขอให้เปิดแอปธนาคารหรือสแกนใบหน้า ให้วางสายทันทีและโทรยืนยันตรงกับหน่วยงานนั้นผ่านเบอร์ทางการ โดยไม่ใช้เบอร์ที่โทรเข้ามา นอกจากนี้ ควรระวังการให้เช่าบัญชีธนาคารผ่านโซเชียลมีเดียเพราะผิดกฎหมายและมีโทษจำคุก แม้ผู้ให้เช่าจะไม่ทราบว่าเงินนั้นมาจากการฉ้อโกง

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
24 ส.ค. 2569 06:12
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
24 ส.ค. 2569 06:13
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
24 ส.ค. 2569 06:14
พบข้อมูลจาก 1 แหล่งอ้างอิง
24 ส.ค. 2569 06:15
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) / กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·11 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·13 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·14 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·14 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·15 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·15 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต