เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกนักศึกษามหาสารคาม 2 ราย เรียกเงินกว่า 1.7 ล้านบาท อ้างพัวพันคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานจาก สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ว่าเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 2 ราย เดินทางเข้าแจ้งความหลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทสื่อสาร จากนั้นโอนสายให้ผู้อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร กล่าวหาว่าหมายเลขโทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวไปเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด มิจฉาชีพให้เหยื่อแอดไลน์ ส่งเอกสารราชการปลอม และทำวิดีโอคอลสอบสวนนานหลายชั่วโมง พร้อมกำชับห้ามบอกพ่อแม่หรือคนใกล้ชิด ก่อนให้เหยื่อสร้างข้ออ้างเรื่องได้รับทุนไปเรียนต่างประเทศ เพื่อขอเงินผู้ปกครองนำมาโอนให้ รวมมูลค่า 1.7 ล้านบาท (รายแรก 1 ล้านบาท รายที่สอง 700,000 บาท)
ผลการตรวจสอบ
ข่าวนี้มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากได้รับการยืนยันโดยตรงจาก พ.ต.อ.วิโรจน์ ภูมิเพชรฤาชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขวาใหญ่ ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งชี้แจงรายละเอียดกลวิธีของมิจฉาชีพและสถานะการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ รูปแบบกลโกงที่ระบุในข่าว ได้แก่ การอ้างเป็นบริษัทสื่อสารก่อนโอนสายเป็นตำรวจ การส่งเอกสารราชการปลอมผ่านไลน์ การวิดีโอคอลสอบสวนระยะยาว และการห้ามเหยื่อติดต่อครอบครัว ล้วนเป็นลักษณะที่สอดคล้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างกว้างขวางในประเทศไทย เหตุที่ทั้งสองรายรอดพ้นความเสียหายคือการเอะใจและรีบแจ้งครอบครัวก่อนทำการโอนเงิน ซึ่งตรงกับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับวิธีรับมือกับการหลอกลวงลักษณะนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย
สรุป
หากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นคือการสูญเสียเงินจำนวนมากโดยไม่มีทางได้คืน เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้บัญชีม้าที่ตามยากหรืออยู่นอกประเทศ จุดสำคัญที่ควรระวังคือ ตำรวจและหน่วยงานรัฐที่แท้จริงไม่มีนโยบายสอบสวนหรือเรียกเงินผ่านโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชัน LINE และจะไม่ขอให้เหยื่อปกปิดเรื่องจากครอบครัว หากได้รับโทรศัพท์ที่มีลักษณะดังกล่าว ให้ตัดสายทันที โทรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงผ่านหมายเลขทางการ และปรึกษาครอบครัวหรือบุคคลที่ไว้ใจได้ก่อนทำการใดทั้งสิ้น
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน