เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้าง DSI หลอกเหยื่อโอนเงิน-ทองคำกว่า 3.1 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานข่าวจากหน่วยงานตำรวจว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรหาเหยื่อแล้วอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ แก๊งนี้ข่มขู่เหยื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางกฎหมาย จากนั้นสั่งให้โอนเงิน 1.2 แสนบาท และให้นำทองคำหนัก 40 บาทไปมอบให้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านท่าพระ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม และตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในวันที่ 17 และ 20 ตุลาคม ตามลำดับ
ผลการตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองสืบสวน บก.น.8 และ สน.บุคคโล แถลงรายละเอียดการจับกุมอย่างชัดเจน โดยระบุชื่อ-ยศของผู้บังคับบัญชาที่นำการจับกุม สถานที่ วันเวลา และลำดับเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องสอดคล้องกัน ผู้ต้องหารายที่ 1 เป็นหญิงไทยอายุ 25 ปี จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านธนบุรี พบหลักฐานสำคัญคือเงินสด 57,920 บาทซุกซ่อนในกระปุกออมสินรูปแมว รวมถึงทองคำที่ยึดมาได้ ผู้เสียหายยืนยันพระเครื่องเลี่ยมทองของตนที่ถูกแกะออกไปขาย ส่วนผู้ต้องหารายที่ 2 เป็นชายชาวมาเลเซียอายุ 26 ปี ทำหน้าที่รับทองต่อ โดยพยายามหลบหนีด้วยวิธีซับซ้อน เช่น เปลี่ยนพาหนะหลายทอด เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนถูกจับได้ที่ย่านบางนา กรณีที่น่าสนใจคือผู้ต้องหาหญิงชาวไทยอาจเป็น 'เหยื่อที่ถูกหลอกให้เป็นลูกมือ' ด้วย ซึ่งเป็นกลวิธีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้เพื่อซ้อนชั้นการสืบสวน
สรุป
กลโกงแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น DSI ตำรวจ หรือหน่วยงานต่อต้านฟอกเงิน มีความเสี่ยงสูงที่ผู้เสียหายจะสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมากในเวลาสั้น เพราะมิจฉาชีพสร้างความกดดันและความตื่นตระหนกให้เหยื่อตัดสินใจรวดเร็วโดยไม่ทันยั้งคิด หากได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสั่งให้โอนเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน ให้วางสายทันทีและโทรตรวจสอบกับหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรงผ่านหมายเลขที่ค้นหาเองจากเว็บไซต์ทางการ ไม่ใช่หมายเลขที่ผู้โทรมาให้ ทั้งนี้ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรสั่งให้ประชาชนโอนเงินหรือนำทองคำไปมอบให้ใคร
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน