เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข่าวการจับกุมชายวัย 35 ปี ซึ่งเป็นมือกดเงินสดให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในคดีหลอกลวงนักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร คนร้ายในคดีนี้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ส่งเอกสารปลอมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ กล่าวหาว่านักศึกษารายนี้เกี่ยวข้องกับคดีความ และให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ นอกจากนี้ยังหลอกให้นักศึกษาแอบขโมยนาฬิกาและสร้อยทองของผู้ปกครอง รวมความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาถูกจับกุมได้พร้อมโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นอีก 5 ใบ
ผลการตรวจสอบ
ข่าวนี้มีลักษณะเป็นการรายงานการแถลงผลการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุชื่อและตำแหน่งของผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข่าวตรงกับวิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้ ได้แก่ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการทำให้แอปพลิเคชันใช้งานไม่ได้ (ซึ่งอาจเกิดจากการหลอกให้ติดตั้งซอฟต์แวร์ควบคุม) และการเฝ้าระวังผ่านกล้องโทรศัพท์เพื่อหาทรัพย์สินเพิ่มเติม หลักฐานที่ยึดได้จากผู้ต้องหา ได้แก่ โทรศัพท์ 6 เครื่องและบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่น 5 ใบ บ่งชี้ว่าผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็น 'มนี่มูล' (money mule) ซึ่งเป็นบทบาทที่พบบ่อยในโครงสร้างของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหายอมรับการกระทำเบื้องต้นแต่ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ซ่อนทรัพย์สิน คดีถูกส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
สรุป
ผู้ที่เชื่อคำอ้างของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจสูญเสียเงินออมทั้งหมด รวมถึงถูกชักจูงให้กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว เช่น การขโมยทรัพย์สินของบุคคลในครอบครัว ควรจำไว้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐที่แท้จริงจะไม่มีวันติดต่อขอให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจผ่านโทรศัพท์ หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ให้วางสายทันทีและโทรแจ้งสายด่วน 1441 (ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบและแก๊งคอลเซ็นเตอร์) หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่โดยตรง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน