เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กทม. เผยความคืบหน้าเยียวยาน้ำท่วมอนุมัติแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดลงพื้นที่ประเมิน สั่งฟันอาญากลุ่มจงใจแจ้งข้อมูลเท็จ-สวมสิทธิ
ข่าวที่แพร่กระจาย
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกมาเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่ามีประชาชนยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' แล้วประมาณ 1 ล้านราย และ กทม. อนุมัติไปแล้วราว 40% คาดจะเร่งดำเนินการได้ถึง 70-80% ภายในสัปดาห์ถัดไป นอกจากนี้ยังเตรียมส่ง SMS แจ้งกำหนดนัดลงพื้นที่ประเมินความเสียหายจริงแก่ผู้มีสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 22-23 ตุลาคมเป็นต้นไป และจะขยายเวลายื่นคำร้องออกไปจนถึง 30 พฤศจิกายน ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ สำนักงานเขต แอปฯ ทางรัฐ และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th
ผลการตรวจสอบ
ข้อมูลนี้มาจากการแถลงของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจรับผิดชอบโครงการดังกล่าว ช่องทางที่อ้างถึง ได้แก่ เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th และแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' เป็นระบบทางการที่ กทม. จัดตั้งขึ้นจริงสำหรับโครงการนี้ กระบวนการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน (คัดกรองข้อมูลในระบบ และลงพื้นที่ประเมิน) สอดคล้องกับแนวปฏิบัติมาตรฐานของการเยียวยาสาธารณภัย อย่างไรก็ตาม พบว่าในต้นทางระบุวันขยายระยะเวลาว่า '30 พฤศจิกายน 2569' ซึ่งน่าจะเป็นข้อผิดพลาดในการพิมพ์ปีศักราช ผู้อ่านควรยืนยันกำหนดการที่ถูกต้องจากเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th หรือสำนักงานเขตในพื้นที่โดยตรง สำหรับกรณีที่ กทม. ระบุว่าจะดำเนินคดีอาญาผู้แจ้งข้อมูลเท็จหรือสวมสิทธิ์นั้น เป็นอำนาจที่หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และยังเปิดช่องให้ผู้ที่ผิดพลาดโดยไม่เจตนาสามารถยื่นหลักฐานอุทธรณ์ได้
สรุป
ผู้ที่ยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วมควรเตรียมพร้อมรับ SMS จาก กทม. เพื่อนัดลงพื้นที่ประเมิน และต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงเท่านั้น เนื่องจาก กทม. ประกาศชัดว่าจะดำเนินคดีอาญาผู้ที่จงใจแจ้งข้อมูลเท็จหรือสวมสิทธิ์ ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องสามารถตรวจสอบข้อมูลและกำหนดการที่เป็นปัจจุบันได้ที่ claim.bangkok.go.th หรือสำนักงานเขตในพื้นที่ รวมถึงสายด่วน กทม. เพื่อยืนยันวันสิ้นสุดการรับคำร้องที่ถูกต้องอีกครั้ง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน