เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

บางจากเปิดโครงการ 'Fry to Fly' น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว 2 ลิตร แลกน้ำมันรถ 1 ลิตร ทันที
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการนำร่อง 'Fry to Fly – 2 ลิตร แลก 1 ลิตร' ภายใต้แนวคิด 'น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ' โดยให้ประชาชนนำน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วจำนวน 2 ลิตร มาแลกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงยานยนต์จำนวน 1 ลิตร ซึ่งสามารถเติมได้ทันที ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 6-30 เมษายน โดยจำกัดเฉพาะน้ำมันดีเซลหรือแก๊สโซฮอล์เกรดธรรมดา ไม่รวมพรีเมี่ยม
ผลการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่าโครงการ 'Fry to Fly – 2 ลิตร แลก 1 ลิตร' มีอยู่จริง โดยบริษัทบางจากได้ประกาศโครงการนี้อย่างเป็นทางการ โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากโครงการ Fry to Fly เดิมที่ดำเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งมุ่งรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากครัวเรือนเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางธุรกิจพลังงานสะอาดและความยั่งยืนของบางจาก กระบวนการแปลงน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีการพิสูจน์แล้วในระดับสากล เงื่อนไขต่าง ๆ ที่ระบุในข่าว ทั้งระยะเวลา พื้นที่ให้บริการ และประเภทน้ำมันที่แลกได้ มีความชัดเจนและสอดคล้องกับการดำเนินโครงการจริง อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจควรตรวจสอบรายชื่อสถานีบริการน้ำมันที่ร่วมโครงการโดยตรงกับบางจากก่อนเดินทาง
สรุป
โครงการ 'Fry to Fly – 2 ลิตร แลก 1 ลิตร' ของบางจากเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง ไม่ใช่ข่าวปลอม บริษัทได้ดำเนินโครงการนี้จริงในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันของประชาชน พร้อมกับส่งเสริมแนวคิดพลังงานหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากช่องทางทางการของบางจากโดยตรง
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน