เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

นายกฯ อนุทิน สั่งระงับใบ ป.3-ปืนสวัสดิการ หลังเหตุกราดยิงนนทบุรี พร้อมเร่งแก้กฎหมายใน 60 วัน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับกลางที่ประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ห้ามรัฐมนตรี สส. และผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองพกพาอาวุธปืนในทุกกรณี โดยระบุว่านอกจากโทษทางกฎหมายแล้ว ยังมีเรื่องมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองที่หากฝ่าฝืนอาจสิ้นสุดอนาคตทางการเมืองได้ ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังสั่งการในที่ประชุม ครม. ให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) และโครงการปืนสวัสดิการทันที พร้อมเร่งแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่บริเวณโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี รายละ 1 ล้านบาท รวม 6 ราย
ผลการตรวจสอบ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงยืนยันการสั่งการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุรายละเอียดมาตรการทั้งระยะเร่งด่วน 7 ข้อ และระยะยาว 3 ข้อ ซึ่งเป็นกระบวนการแถลงนโยบายปกติของรัฐบาล การสั่งระงับใบ ป.3 และปืนสวัสดิการ รวมถึงการกำหนดกรอบเวลาตรวจสอบ 30 วัน และแก้กฎหมาย 60 วัน เป็นรายละเอียดที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ในเชิงนโยบาย มาตรการเหล่านี้สอดคล้องกับบริบทหลังเหตุกราดยิงสาธารณะซึ่งเป็นแรงกดดันทางสังคมให้รัฐบาลต้องแสดงท่าทีชัดเจน การเยียวยาผู้เสียชีวิต 6 รายมีกลไกผ่านกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นช่องทางราชการที่มีอยู่จริง เนื้อหาโดยรวมไม่มีข้อมูลที่ขัดแย้งหรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริงที่ทราบ
สรุป
ผู้อ่านควรติดตามความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายอาวุธปืนและการบังคับใช้มาตรการระยะเร่งด่วนผ่านช่องทางราชการ เช่น เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบว่าดำเนินการจริงตามกำหนดหรือไม่ หากมีผู้นำข้อมูลเรื่องใบอนุญาตปืนไปแอบอ้างหรือหลอกลวงในช่วงที่กฎหมายกำลังเปลี่ยนแปลง ควรยืนยันกับกรมการปกครองโดยตรงก่อนดำเนินการใดๆ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน