เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

เตือนภัย! มิจฉาชีพใช้คลิปสอนเทรด-บัญชีม้าปั่นกระแส ตุ๋นไปกว่า 173 ล้าน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ข้อมูลจากการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และกองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่ากลุ่มมิจฉาชีพใช้คลิปสอนเทรดและบัญชีม้าเป็นเครื่องมือหลอกล่อผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคล 13 บัญชี เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนกำไรกลับถูกบังคับให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มจนไม่อาจถอนได้ มีผู้เสียหายรวม 74 ราย ความเสียหายกว่า 173 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาชาวจีนรายหนึ่งทำหน้าที่ฟอกเงินให้ศูนย์สแกมเมอร์ในปอยเปตมาตั้งแต่ปี 2565 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท โดยกระจายเงินผ่านบัญชีม้า ตู้ ATM โพยก๊วน และสินทรัพย์ดิจิทัล USDT
ผลการตรวจสอบ
การแถลงข่าวนี้มาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและศูนย์ ACSC ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง รายละเอียดปฏิบัติการมีความสอดคล้องและตรวจสอบได้ภายใน เช่น จำนวนจุดตรวจค้น จำนวนจังหวัด จำนวนผู้ถูกจับ และรายการทรัพย์สินที่ยึดได้ ตัวเลขความเสียหาย 173 ล้านบาทมาจากการรวบรวมข้อมูลบัญชีนิติบุคคล 13 บัญชีและผู้เสียหาย 74 รายซึ่งระบุที่มาชัดเจน กระบวนการฟอกเงินที่ถูกอธิบายสอดคล้องกับรูปแบบที่พบในคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติในภูมิภาค ได้แก่ การใช้สินทรัพย์ดิจิทัล USDT และการแปลงกลับผ่านแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่ถูกกฎหมาย ส่วนการระบุว่าเบาะแสมาจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือวีซ่า Thailand Privilege เทียบกับข้อมูลแจ้งความออนไลน์ เป็นวิธีการสืบสวนที่มีความเป็นไปได้สูงและสอดคล้องกับบทบาทของศูนย์ ACSC ไม่พบส่วนใดในข่าวที่มีลักษณะบิดเบือนหรือขาดความสมเหตุสมผล
สรุป
ผู้ที่เคยลงทุนหรือกำลังพิจารณาลงทุนตามคำแนะนำในคลิปสอนเทรดจากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรระวังสัญญาณเตือน ได้แก่ การถูกขอให้จ่าย 'ค่าธรรมเนียม' เพื่อถอนกำไร หรือการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล/นิติบุคคลที่ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หากพบว่าตนเองหรือคนรู้จักตกเป็นเหยื่อ ให้แจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทร 1441 ศูนย์ ACSC ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่อายัดบัญชีได้ทันเวลา
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน