เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ACSC ช่วยนักศึกษา 3 ราย ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจบังคับโอนเงินรวมกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวที่แพร่กระจาย
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ACSC รายงานว่าพบผู้เสียหาย 3 ราย ที่ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์และตำรวจ กล่าวหาว่าผู้เสียหายมีข้อมูลประชาชนถูกนำไปใช้เปิดซิมการ์ดผิดกฎหมายและเกี่ยวพันกับบัญชีม้า จากนั้นข่มขู่ให้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีมา 'ตรวจสอบความบริสุทธิ์' กลวิธีที่โดดเด่นคือการสั่งให้ผู้เสียหายสร้างเรื่องกับผู้ปกครองว่าได้รับทุนการศึกษาต่างประเทศและต้องการเงินแสดง Bank Statement รวมถึงบังคับให้อยู่ตามลำพังและวิดีโอคอลตลอดเวลาไม่ให้ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวได้ ผู้เสียหายรายหนึ่งสูญเงิน 1,249,985 บาท อีกรายสูญ 995,000 บาท และรายสุดท้าย 498,999 บาท
ผลการตรวจสอบ
ข่าวนี้มาจากแถลงการณ์ของ ACSC ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการระบุชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงเป็นผู้อำนวยการโครงการอย่างชัดเจน รายละเอียดทุกกรณีระบุสถานีตำรวจที่รับแจ้งความ ได้แก่ สน.มีนบุรี สน.บุคคโล และ สน.ทุ่งมหาเมฆ รูปแบบมิจฉาชีพที่บรรยายทั้งการแต่งเครื่องแบบตำรวจในวิดีโอคอล การอ้าง ปปง. และการสั่งห้ามบอกครอบครัว เป็นกลวิธีที่หน่วยงานด้านการฉ้อโกงเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นสัญญาณของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ กรณีที่ 2 ยังแสดงให้เห็นบทบาทของธนาคารในการเตือนและระงับการโอนเงินที่อาจเสียหายได้อีก 500,000 บาท สะท้อนว่าระบบการแจ้งเตือนของสถาบันการเงินทำงานได้จริงในบางกรณี
สรุป
ผู้ที่หลงเชื่อมิจฉาชีพในรูปแบบนี้อาจสูญเสียเงินออมทั้งหมดในบัญชีภายในชั่วโมงเดียว เนื่องจากถูกบังคับให้โอนซ้ำหลายครั้งในสภาวะตื่นตกใจ ขอให้จำไว้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปง. หรือ DSI จริงจะไม่โทรศัพท์ข่มขู่ ไม่ส่งหมายจับผ่านไลน์ และไม่สั่งให้โอนเงินมา 'ตรวจสอบความบริสุทธิ์' หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ให้วางสายทันทีและโทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 หรือปรึกษาครอบครัวก่อนทำธุรกรรมใด ๆ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน