การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

ศูนย์ ACSC ลุยค้น 27 จุด ทลายสแกมเมอร์หลอกเทรดหุ้น - ฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้าน

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 13 ต.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจสอบสวนกลางแถลงผลปฏิบัติการ 'Anti-Scam Matrix' โดยระบุว่าพบความผิดปกติจากการตรวจสอบรายชื่อชาวต่างชาติผู้ถือวีซ่า Thailand Privilege ที่มีบัญชีธนาคารรับโอนเงินจากกลุ่มคนร้ายหลอกลวงประชาชน ปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมการตรวจค้น 27 จุดใน 11 จังหวัดทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหา 39 ราย แบ่งเป็นสัญชาติไทย 30 ราย สัญชาติจีน 8 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย ข้อหาหลักได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมยึดทรัพย์สินรวมกว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์หรู 8 หลัง รถยนต์หรู 10 คัน เงินสด และสินทรัพย์ดิจิทัล (USDT)

ผลการตรวจสอบ

ข้อมูลในข่าวมาจากการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงสองท่าน ได้แก่ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการ ACSC และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รายละเอียดปฏิบัติการมีความครบถ้วนและสอดคล้องภายในตนเอง ทั้งจำนวนจุดตรวจค้น จังหวัดเป้าหมาย จำนวนผู้ต้องหา และประเภทของทรัพย์สินที่ยึดได้ กระบวนการฟอกเงินที่เปิดเผย ได้แก่ การกระจายเงินผ่าน ATM โพยก๊วน Payment Gateway และสินทรัพย์ดิจิทัล สอดคล้องกับรูปแบบที่หน่วยงานปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ FATF เคยบันทึกไว้ในกรณีเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ จุดน่าสังเกตคือผู้ต้องหาชาวจีนให้การรับสารภาพว่าฟอกเงินให้ศูนย์สแกมเมอร์ในปอยเปตมาตั้งแต่ปี 2565 รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่กว่าทรัพย์ที่ยึดได้มาก บ่งชี้ว่าการสืบสวนยังคงดำเนินต่อ ไม่พบองค์ประกอบที่บิดเบือนหรือขัดแย้งกับข้อมูลทางการ

สรุป

ผู้ที่ยังถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชักชวนลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน ACSC หรือสถานีตำรวจท้องที่ได้ทันที ข้อสังเกตเตือนใจ: แก๊งสแกมเมอร์ยังคงปรับรูปแบบและใช้นอมินีหลายชั้นเพื่อปกปิดเส้นทางเงิน หากมีคนแปลกหน้าชักชวนลงทุนผ่านแอปพลิเคชันหรือโซเชียลมีเดีย และอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรตรวจสอบใบอนุญาตของผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนโอนเงินทุกครั้ง

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
13 ต.ค. 2569 06:32
ระบบตรวจพบข่าวถูกแชร์เป็นวงกว้าง
13 ต.ค. 2569 06:33
เริ่มตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้
13 ต.ค. 2569 06:34
พบข้อมูลจาก 1 แหล่งอ้างอิง
13 ต.ค. 2569 06:35
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) / กองบังคับการปราบปราม ตำรวจสอบสวนกลาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·8 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·10 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·11 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·11 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·12 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·12 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต