
JBC ยืนยัน บ้านหนองหญ้าแก้วไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน แต่คือพื้นที่ของไทยอย่างชัดเจน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการแพร่กระจายข้อมูลที่กล่าวว่าบ้านหนองหญ้าแก้ว (หรือที่รู้จักกันว่าบ้านไปรจัน) เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชา อันเนื่องมาจากความแตกต่างในการลากเส้นตรงระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 และ 43 ข้อมูลนี้ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มต่างๆ เรียกร้องให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับสถานะทางภูมิศาสตร์และอธิปไตยของพื้นที่ดังกล่าว
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยกองทัพไทยยืนยันว่าบ้านหนองหญ้าแก้วอยู่ในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน การดำเนินการทั้งหมดของไทยเป็นไปตามกระบวนการและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจากทั้งสองประเทศ โดยอาศัยพื้นฐานจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ลงนามในปี ค.ศ. 2000 และการหารือที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ข้อมูลสำหรับมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน โดยเส้นเขตแดนในพื้นที่นี้ได้รับการกำหนดจากบันทึกวาจาของข้าหลวงปักหลักเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส ที่จัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 1908–1909 โดยใช้ต้นไม้หรือเสาไม้ติดแผ่นโลหะเป็นหลักเขตแดน ต่อมาในปี ค.ศ. 1919–1920 ได้เปลี่ยนเป็นหลักคอนกรีตทดแทนซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับหลักเดิม การสำรวจร่วมทั้งสิ้น 74 หลักเขตแดนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงหลักที่ 42 ที่บ้านหนองหญ้าแก้วและหลักที่ 43 ที่บ้านโนนหมากมุ่น ได้ถูกกำหนดแนวเขตแดนเป็นเส้นตรงจากหลักที่ 41 ถึงหลักที่ 44 ตามหลักฐานแสดงที่ตั้งหลักเขตแดนของบันทึกวาจาทั้งสองห้วง
สรุป
บ้านหนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทยตามการรับรองจากกองทัพไทยและการหารือระหว่างประเทศผ่านช่องทางทางการ ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนที่อาจเกิดข้อสงสัยหากผู้อ่านเชื่อข้อมูลที่แพร่กระจายแบบไม่มีหลักฐาน หากมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือข่าวสารที่สงสัยเกี่ยวกับเขตแดนไทยในอนาคต ผู้อ่านสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางราชการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านทาง LINE (@antifakenewscenter) เวบไซต์ (www.antifakenewscenter.com) หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อยืนยันข้อมูลอย่างแน่นอน
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน