ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

JBC ยืนยันบ้านหนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยไทยไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 2 ส.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการแพร่กระจายข้อมูลที่กล่าวว่าบ้านหนองหญ้าแก้ว (หรือที่รู้จักกันว่าบ้านไปรจัน) เป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชา อันเนื่องมาจากความแตกต่างในการลากเส้นตรงระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 และ 43 ข้อมูลนี้ได้รับการแชร์อย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มต่างๆ เรียกร้องให้มีการชี้แจงเกี่ยวกับสถานะทางภูมิศาสตร์และอธิปไตยของพื้นที่ดังกล่าว

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยกองทัพไทยยืนยันว่าบ้านหนองหญ้าแก้วอยู่ในเขตอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน การดำเนินการทั้งหมดของไทยเป็นไปตามกระบวนการและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจากทั้งสองประเทศ โดยอาศัยพื้นฐานจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ลงนามในปี ค.ศ. 2000 และการหารือที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ข้อมูลสำหรับมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน โดยเส้นเขตแดนในพื้นที่นี้ได้รับการกำหนดจากบันทึกวาจาของข้าหลวงปักหลักเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส ที่จัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 1908–1909 โดยใช้ต้นไม้หรือเสาไม้ติดแผ่นโลหะเป็นหลักเขตแดน ต่อมาในปี ค.ศ. 1919–1920 ได้เปลี่ยนเป็นหลักคอนกรีตทดแทนซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับหลักเดิม การสำรวจร่วมทั้งสิ้น 74 หลักเขตแดนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงหลักที่ 42 ที่บ้านหนองหญ้าแก้วและหลักที่ 43 ที่บ้านโนนหมากมุ่น ได้ถูกกำหนดแนวเขตแดนเป็นเส้นตรงจากหลักที่ 41 ถึงหลักที่ 44 ตามหลักฐานแสดงที่ตั้งหลักเขตแดนของบันทึกวาจาทั้งสองห้วง

สรุป

บ้านหนองหญ้าแก้วเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทยตามการรับรองจากกองทัพไทยและการหารือระหว่างประเทศผ่านช่องทางทางการ ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อนที่อาจเกิดข้อสงสัยหากผู้อ่านเชื่อข้อมูลที่แพร่กระจายแบบไม่มีหลักฐาน หากมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือข่าวสารที่สงสัยเกี่ยวกับเขตแดนไทยในอนาคต ผู้อ่านสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางราชการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านทาง LINE (@antifakenewscenter) เวบไซต์ (www.antifakenewscenter.com) หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อยืนยันข้อมูลอย่างแน่นอน

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
2 ส.ค. 2569 15:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
2 ส.ค. 2569 11:45
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
2 ส.ค. 2569 08:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·11 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·14 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·15 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·15 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·16 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·16 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต