ภาพประกอบข่าวหมวดสังคม/คุณภาพชีวิต
ผลการตรวจสอบข่าวปลอม

ข่าวปลอม: อ้างว่า Golden Boy เป็นรูปปั้นกัมพูชา แต่ไทยนำไปเป็นของตัวเอง

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 3 ธ.ค. 2568 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

Golden boy เป็นรูปปั้นของกัมพูชา แต่ถูกนำไปเป็นของประเทศไทย

ผลการตรวจสอบ

เจอแบบนี้ รีเช็กก่อน! ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะ หรือที่รู้จักในนาม “โกลเด้นบอย” (Golden Boy) ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่ประเทศไทยได้รับคืนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The MET) สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 เหตุการณ์นี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย  เนื่องด้วยรูปแบบทางศิลปะที่มีความคล้ายคลึงกับศิลปะเขมรโบราณ จึงจำเป็นต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัดเจน แม้ในประเด็นด้านรูปแบบทางศิลปะและการกำหนดอายุสมัย จะเป็นความจริงที่ประติมากรรมโกลเด้นบอยจัดเป็นศิลปะขอมโบราณแบบบาปวนผสมนครวัด มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งในทางวิชาการประวัติศาสตร์ศิลปะ การพบศิลปะขอมในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องแปลกปลอม แต่เป็นหลักฐานที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมในอดีตที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งในอดีตมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางเครือญาติและวัฒนธรรมกับอาณาจักรเมืองพระนคร  ดังนั้น การเป็น “ศิลปะเขมร” จึงไม่ได้หมายความว่า จะต้องถูกค้นพบในดินแดนประเทศกัมพูชาปัจจุบันเสมอไป แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดในการยืนยันกรรมสิทธิ์ของประเทศไทยคือ “แหล่งที่พบ” ซึ่งมีพยานบุคคลและหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ถูกขุดพบโดยชาวบ้านในปี พ.ศ. 2518 ณ บ้านยาง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานสำคัญในอดีตของราชวงศ์มหิธรปุระ ไม่ใช่การนำมาจากปราสาทหินในประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด ก่อนที่จะถูกกลุ่มค้าของเก่าลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักรไทยและขายต่อเป็นทอด ๆ จนไปปรากฏที่พิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา กระบวนการส่งคืนโบราณวัตถุชิ้นนี้ เกิดขึ้นจากการตรวจสอบอย่างละเอียดร่วมกันระหว่างสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ และทางพิพิธภัณฑ์ The MET ซึ่งผลการสอบสวนระบุชัดเจนว่า โบราณวัตถุดังกล่าวถูกลักลอบนำออกจาก “ราชอาณาจักรไทย” โดยผิดกฎหมาย จึงเข้าข่ายต้องส่งคืนประเทศต้นทางตามอนุสัญญาและกฎหมายสากล การที่สหรัฐอเมริกาส่งมอบคืนให้แก่ประเทศไทย จึงเป็นการยอมรับในความถูกต้องของหลักฐานถิ่นกำเนิดและการค้นพบดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย

สรุป

จากการตรวจสอบโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น ข่าวปลอม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
3 ธ.ค. 2568 15:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
3 ธ.ค. 2568 15:01
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
3 ธ.ค. 2568 15:02
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวปลอม
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจบุรีรัมย์บุกรีสอร์ตลพบุรี จับม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้าน
ข่าวจริง·10 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แชร์ว่าทหารไทยยิงปืนและส่ง F-16 บินเหนือมอมเบย วันที่ 17 ตุลาคม
ข่าวปลอม·13 ชม.·Social media (unspecified)สังคม/คุณภาพชีวิต
ผู้ปกครองนักเรียน 62 คนแจ้งความ ปคบ. ถูกหลอกขายคอร์สเรียนจีน เสียหายกว่า 2.7 ล้านบาท
ข่าวจริง·13 ชม.·ข่าวสดสังคม/คุณภาพชีวิต
แอบอ้าง Lotus's แจกเงิน 3,000 บาท ผ่าน SMS หลอกกรอกแบบสอบถาม
ข่าวปลอม·14 ชม.·SMS phishingสังคม/คุณภาพชีวิต
ตำรวจบุรีรัมย์จับชายวัย 35 มือกดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังหลอกนักศึกษาสูญกว่า 1.2 ล้านบาท
ข่าวจริง·14 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต
ส.ส. พรรคประชาชน และโฆษกรัฐบาล ถกเถียงกลไกเบิกจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม 5,000-9,000 บาท
ข่าวจริง·15 ชม.·ไทยรัฐสังคม/คุณภาพชีวิต