
6-9 ส.ค. 69 แจ้งเตือน 49 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง
ข่าวที่แพร่กระจาย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกแจ้งเตือนให้ประชาชนในช่วงวันที่ 6 ถึง 9 สิงหาคม 2569 เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในพื้นที่ 49 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร แบ่งตามภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ 15 จังหวัด (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด (เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี) ภาคกลาง 13 จังหวัดและกรุงเทพมหาครและปริมณฑล (กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) และภาคใต้ 4 จังหวัด (ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต) นอกจากนี้ยังได้ระบุพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรงเพิ่มเติมในส่วนอำเภอต่างๆ เช่น ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งเตือนดังกล่าวกับสำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าข้อมูลเป็นจริง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทำการประกาศเตือนพร้อมระบุเหตุผลทางอุตุนิยมวิทยาและสถานการณ์น้ำ ตลอดจนจังหวัดและพื้นที่ที่เสี่ยงต่อสภาวะอากาศรุนแรง การแจ้งเตือนนี้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ในการคุ้มครองประชาชนจากภัยธรรมชาติตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว โดยหน่วยงานได้ระบุช่องทางการติดตามข้อมูล ได้แก่ แอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT สายด่วนนิรภัย 1784 และ LINE ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 ซึ่งสามารถใช้เพื่อติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
สรุป
ข้อมูลการแจ้งเตือนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสำหรับช่วงวันที่ 6 ถึง 9 สิงหาคม 2569 เป็นข่าวจริงและสำคัญต่อการป้องกันตัวของประชาชน ผู้อยู่ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน โดยเฉพาะประเทศไทย ควรติดตามข่าวสารล่าสุดจากแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT และสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อรับการแจ้งเตือนเพิ่มเติม ขณะเดียวกันควรเตรียมความพร้อมในการระ疗เฉินด่วนเช่น การตรวจสอบระบบระบายน้ำ การเก็บเตรียมสิ่งของจำเป็น และการรู้จักเส้นทางหนีไปยังพื้นที่สูงตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน