ภาพประกอบข่าวหมวดการเมือง
ผลการตรวจสอบข่าวปลอม

ข่าวปลอม: อ้างว่า 37 จังหวัดไทยในภาคกลางและภาคอีสานเป็นแผ่นดินกัมพูชา

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 12 มิ.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข่าวที่แพร่กระจายอ้างว่า 37 จังหวัดในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน เป็นแผ่นดินของรัฐกัมพูชา โดยใช้หลักฐานหลายประการ เช่น การที่จังหวัดบางจังหวัดมีชื่อที่มีรากศัพท์จากภาษาเขมร การมีปราสาทหินและโบราณสถานแบบขอมที่กระจายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และการที่อาณาจักรขอมโบราณหรือจักรวรรดิอังกอร์เคยมีอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่กว้างในภูมิภาค

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวขาดฐานรากทางประวัติศาสตร์และกฎหมายระหว่างประเทศที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามอธิบายของศูนย์ ความจริงที่ว่าอาณาจักรขอมโบราณหรือจักรวรรดิอังกอร์เคยมีอิทธิพลทางวัฒนธรรม ศาสนา และการเมืองในพื้นที่บางส่วนของประเทศไทยปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นดินแดนของรัฐกัมพูชาตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบัน เนื่องจากแนวคิดเรื่องรัฐชาติและพรมแดนแบบปัจจุบันเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19–20 เท่านั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าจังหวัดบางจังหวัดมีชื่อที่มีรากศัพท์จากภาษาเขมร ตามคำอธิบายของนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและภาษาระหว่างชนชาติในอดีตเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนได้ ส่วนปราสาทหินและโบราณสถานแบบขอมที่กระจายอยู่ในประเทศไทยเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการขยายอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมของอารยธรรมขอมในอดีต แต่ไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนในปัจจุบัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระบุว่าไม่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือเอกสารทางการใดที่รับรองข้อกล่าวอ้างว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของรัฐกัมพูชา

สรุป

ข่าวที่อ้างว่า 37 จังหวัดของไทยเป็นแผ่นดินของกัมพูชาขาดหลักฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศและประวัติศาสตร์ที่สมควรให้ความเชื่อ การมีอิทธิพลวัฒนธรรมหรือศาสนาในอดีต ชื่อจังหวัดที่มีต้นกำเนิดภาษาเขมร และโบราณสถานแบบขอม ไม่สามารถยืนยันการอ้างสิทธิ์อาณาเขตในปัจจุบันได้ผู้อ่านควรระวังข้อมูลเชิงอุตสาหกรรมที่อ้างสิทธิ์อาณาเขตโดยไม่มีหลักฐานทางกฎหมายที่เป็นทางการ หากต้องการความมั่นใจเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศหรือสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รักษาอัตลักษณ์และสิทธิ์อาณาเขตของประเทศไทย

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
12 มิ.ย. 2569 13:33
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
12 มิ.ย. 2569 10:32
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
12 มิ.ย. 2569 07:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวปลอม
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศธ. ยกเลิกระเบียบทรงผมนักเรียน สั่งให้โรงเรียนรับฟังความคิดเห็นเด็กก่อนกำหนดระเบียบใหม่
ข่าวจริง·1 วัน·กระทรวงศึกษาธิการการเมือง
นายกสั่งระงับออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน ป.3 ทั่วประเทศ
ข่าวจริง·14 ส.ค. 2569·สำนักประชาสัมพันธ์การเมือง
แชร์ว่าลามีน ยามาลเมิน จับมือโดนัลด์ทรัมป์
ข่าวปลอม·27 ก.ค. 2569·สื่อสังคมออนไลน์การเมือง
JIC ยืนยัน ไทยไม่รุกล้ำช่องจอม ตามข้ออ้างของกัมพูชา
ข่าวจริง·27 ก.ค. 2569·ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC)การเมือง
อ้างรัฐบาลจ่ายเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาทยังไม่ครบเนื่องเงินไม่พอ
บิดเบือน·26 ก.ค. 2569·กรมการข้าวการเมือง
ครม. อนุมัติงบกลาง 843 ล้านบาท ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้
ข่าวจริง·25 ก.ค. 2569·ครม.การเมือง