เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กรมทรัพยากรธรณีแจ้งเตือน 15 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ช่วง 17-19 กันยายน
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีการเผยแพร่ประกาศแจ้งเตือนจากศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ระบุให้ประชาชนและอาสาสมัครเครือข่ายใน 15 จังหวัดเฝ้าระวังภัยน้ำป่าไหลหลากและแผ่นดินถล่ม ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก กาญจนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง โดยครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในระยะเวลา 17-19 กันยายน 2569 ข้อมูลดังกล่าวแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผลการตรวจสอบ
ประกาศดังกล่าวออกโดยศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจหลักในการติดตามและแจ้งเตือนภัยธรณีพิบัติโดยตรง เนื้อหาระบุสาเหตุทางอุตุนิยมวิทยาชัดเจนว่าเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย เงื่อนไขดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบสภาพอากาศตามฤดูกาลของประเทศไทยในเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงมรสุมพีค ค่าวิกฤตปริมาณฝนที่ระบุไว้ที่ 120 มิลลิเมตรต่อ 24 ชั่วโมงเป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้กันทั่วไปในการประเมินความเสี่ยงดินถล่ม พื้นที่ที่ถูกระบุในประกาศล้วนเป็นพื้นที่ลาดชันที่มีประวัติเกิดภัยพิบัติลักษณะนี้ซ้ำ ๆ โดยเฉพาะอำเภอชายขอบภูเขาในภาคเหนือและภาคใต้ ข้อมูลครบถ้วนและไม่พบการบิดเบือนหรือเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
สรุป
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหรือใกล้พื้นที่ลาดชัน ป่าเขา และลำน้ำใน 15 จังหวัดที่ระบุ ควรติดตามข่าวสารจากกรมทรัพยากรธรณี (www.dmr.go.th) และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หากสังเกตเห็นสัญญาณเตือน เช่น น้ำในลำน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขุ่นอย่างรวดเร็ว เสียงดังจากภูเขา หรือมีน้ำซึมออกจากดินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้อพยพออกจากพื้นที่ทันทีโดยไม่รอคำสั่ง และแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือ
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน