
ไข้หวัดใหญ่ระบาด 7 กลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับวัคซีนปรับปรุง
ข่าวที่แพร่กระจาย
ไข้หวัดใหญ่ระบาด 7 กลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับวัคซีน
ผลการตรวจสอบ
เพื่อติดตามสถานการณ์โรคสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงอากาศหนาว ป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่พบบ่อยในช่วงนี้ (ข้อมูลระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม-15 พฤศจิกายน 2568) 5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ (161,940 ราย) โรคอุจจาระร่วง (62,157 ราย) โรคปอดอักเสบ (35,953 ราย) โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (9,698 ราย) อาหารเป็นพิษ (8,375 ราย) โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-14 พฤศจิกายน 2568 ผู้ป่วยสะสม 940,869 ราย เสียชีวิต 100 ราย ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม-14 พฤศจิกายน 2568) พบผู้ป่วยสูงขึ้นในเดือนตุลาคม 208,443 ราย เดือนพฤศจิกายน มีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรือนจำ สถานศึกษา และ ศูนย์ฝึกอบรมฯ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี โดยกลุ่มอายุที่เสียชีวิตมากที่สุดคือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง วัณโรคปอด โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ข้อมูลผู้เสียชีวิต 100 ราย อายุระหว่าง 1-95 ปี (มัธยฐานอายุ 61 ปี) เป็นเพศชาย 54 ราย เพศหญิง 46 ราย สัญชาติไทย 99 ราย (ร้อยละ 99) เมียนมา 1 ราย มีโรคประจำตัว 57 ราย (ร้อยละ 57) เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง วัณโรคปอด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะบกพร่องทางสติปัญญา เป็นต้น ร้อยละ 94 ไม่มีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ A/H3N2 (76%) รองลงมา คือ A/H1N1 (pmd09) (15%) และ B (9%) แนะนำให้ 7 กลุ่มเสี่ยง ดังนี้ควรเข้ารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็ก อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน (หมายถึง กลุ่มเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนเต็มจนถึงอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน) ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ โรคอ้วน (น้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
สรุป
จากการตรวจสอบโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น ยืนยันแล้ว
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน