ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

โรคไข้ดินระบาดช่วงฤดูฝน ยอดเสียชีวิตปีละราว 2,800 ราย

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 27 เม.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่า โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสดินหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อทั้งจากบาดแผลในผิวหนัง การสูดดมฝุ่นดิน หรือการรับประทานอาหารและน้ำที่มีเชื้อ ผู้ป่วยอาจแสดงอาการตั้งแต่เบาเช่น ไข้สูงและปวดเมื่อย จนถึงรุนแรงเช่น ปอดอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด หรืออาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว บางคนพัฒนาเป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ในตับ ม้าม ต่อมลูกหมาก กระดูก และข้อต่างๆ ข้อมูลที่นำมาอ้างอิงระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยปีละกว่า 2,800 ราย พร้อมอัตราการเสียชีวิตที่สูงถึงร้อยละ 35–40 โดยกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เกษตรกร ผู้ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน และผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน โรคไต และโรคตับ

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบข้อมูลข้างต้นและยืนยันว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) เป็นโรคติดเชื้อที่มีการบันทึกและศึกษาตั้งแต่อดีต มีการเพิ่มขึ้นของอัตราการติดเชื้อในช่วงฤดูฝนอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ชื้นเหมาะสำหรับเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่สร้างโรคนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อผ่านช่องทางต่างๆ (ผิวหนัง การหายใจ และการรับประทาน) สอดคล้องกับการศึกษาทางการแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับ อาการและภาวะแทรกซ้อนที่กล่าวมาเป็นอาการคลินิกที่รู้จักกันดี ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตประมาณ 2,800 รายต่อปีและอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 35–40 นั้นสอดคล้องกับข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขและการศึกษาระบาดวิทยาที่เคยรายงานมาแล้ว กลุ่มประชากรเสี่ยงที่ระบุเป็นกลุ่มที่มีการสัมผัสดินและน้ำอย่างหนาแน่น ซึ่งตรงกับปัจจัยความเสี่ยงที่ทราบเรื่องโรคนี้

สรุป

โรคไข้ดินเป็นภัยสุขภาพที่แท้จริงในประเทศไทยโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยมีระดับความรุนแรงสูงและอัตราการเสียชีวิตที่มีนัยสำคัญ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับดินและน้ำ เช่น เกษตรกรและผู้สัมผัสสิ่งแวดล้อมหลังฝนตก ควรระวังการป้องกัน โดยใส่รองเท้าหรือถุงมือป้องกันเมื่อต้องแตะต้องดิน ปิดบาดแผลด้วยแผ่นปิด ล้างมือเท้าให้สะอาดอย่างถี่ถ้วน หากเข้าดินลึกหรือมีบาดแผลหลังทำงานจนได้รับบาดเจอ ควรติดตามอาการและสอบถามแพทย์โดยเฉพาะหากมีไข้และอาการทั่วไปไม่พอใจ เนื่องจากการวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมตั้งแต่เร็วๆ จะช่วยลดแนวโน้มความรุนแรง

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
27 เม.ย. 2569 14:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
27 เม.ย. 2569 10:45
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
27 เม.ย. 2569 07:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลสระบุรีผ่าตัดนิ่วพลาดทำให้ท่อน้ำดีเสียหาย
ข่าวปลอม·12 ชม.·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
กินกล้วยวันละลูกทำให้อายุยืน 100 ปี เป็นการขยายผลเกินจริง
บิดเบือน·16 ชม.·ศูนย์ต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
น้ำอุ่นใส่น้ำมะนาวและหอมแดงล้างลำไส้ตอนเช้า
บิดเบือน·1 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุขจัดยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็น "ยาอันตราย" ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2569
ข่าวจริง·2 วัน·กระทรวงสาธารณสุขสาธารณสุข
อาหารและเครื่องดื่มธรรมชาติเป็นสาเหตุโลหิตจาง
บิดเบือน·2 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
กรุงเทพมหานคร เปิดลงทะเบียนขอรับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีผ่าน Traffy Fondue
ข่าวจริง·2 วัน·กรุงเทพมหานครสาธารณสุข