
ข่าวปลอม: เตรียมลงนามข้อตกลง UPOV 1991 อนุญาตให้บริษัทต่างชาตินำพันธุ์พืชไทยจดทะเบียนเป็นของตัวเอง
ข่าวที่แพร่กระจาย
มีข้อความถูกแชร์และแพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำเรื่องการเข้าร่วมข้อตกลง UPOV 1991 (สนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ฉบับปี 1991) และการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชมาเชื่อมโยงกัน โดยอ้างว่าไทยจะลงนามข้อตกลงดังกล่าวและเปิดทางให้บริษัทต่างชาตินำพันธุ์พืชไทยไปจดทะเบียนเป็นสินทรัพย์ของตนเองได้ พร้อมบอกว่าเกษตรกรไทยจะถูกห้ามเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อปลูกต่อสนิทกันไป
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพบว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ตามข้อมูลของกระทรวงฯ ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 ประเทศไทยยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะเข้าร่วม UPOV 1991 หรือไม่ ซึ่งเป็นเพียงขั้นตอนคำนึงถึง ไม่ใช่ข้อตกลงที่ลงนามและมีผลบังคับใช้แล้วนั้นเสียแล้ว นอกจากนี้ ร่างกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชฉบับใหม่ก็ยังอยู่ในขั้นการศึกษา รับฟังความคิดเห็น และพูดพิจารณาตามขั้นตอนทางราชการอย่างเต็มที่ ด้านเนื้อหา UPOV 1991 นั้น ข้อ Article 15(2) มีการกำหนดเรื่อง "farm-saved seed" (เมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บไว้เอง) เป็นข้อยกเว้นที่แต่ละประเทศสามารถกำหนดเงื่อนไขและขอบเขตการใช้ได้เอง ไม่ใช่ข้อห้ามที่บังคับให้ทุกประเทศต้องห้ามโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรชี้แจงว่าร่างกฎหมายไทยจะยังอนุญาตให้เกษตรกรรายย่อยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่ว ไว้ปลูกต่อในแปลงของตนเองได้ต่อไป ส่วนพันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิม และพันธุ์ที่เกษตรกรเก็บไว้เองยังคงสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ
สรุป
ข้อความที่อ้างว่าไทยกำลังจะลงนามข้อตกลง UPOV 1991 อนุญาตให้บริษัทต่างชาตินำพันธุ์พืชไทยจดทะเบียนและห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ปลูกต่อนั้น เป็นการผสมข้อเท็จจริงบางส่วนกับการแปลความหมายที่ไม่ถูกต้อง จึงสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน หากผู้อ่านต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายด้านพันธุ์พืช ควรติดตามข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือเขตการเกษตรในท้องถิ่นของตนเอง ห้ามโยงการตัดสินใจแม่อยากเรื่องข้อมูลข่าวสารสำคัญจากการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน