ภาพประกอบข่าวหมวดการเมือง
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

คณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการป้องกันทุจริตสอบราชการ รวม Blacklist และกฎหมายอาญา

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 13 ก.ย. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

มีข้อมูลแพร่กระจายเกี่ยวกับการวางมาตรการสกัดทุจริตสอบราชการ โดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการหลายด้าน ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานทางวินัย การจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือ Blacklist และแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบเดิมและป้องกันไม่ให้ผู้ทุจริตเข้าสู่ระบบราชการได้อีก

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วยืนยันว่าข้อมูลนี้เป็นจริง โดยสำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดให้ผู้ที่ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ พร้อมมีอำนาจดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ปัจจุบันมีการกำหนดผู้ทุจริตในการสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามแล้ว 24 ราย ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มาตรการทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) จัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวินัยให้ชัดเจน ระยะกลาง (ภายใน 3 ปี) เตรียมปรับการสอบภาค ก. จากระบบ Paper & Pencil ควบคู่กับ e-Exam ไปสู่การสอบแบบ e-Exam เพียงรูปแบบเดียว เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและยกระดับการตรวจสอบ และระยะยาว (ภายใน 5 ปี) เตรียมผลักดันกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ โดยกำหนดโทษทางอาญาที่เข้มงวดและครอบคลุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ นอกจากนี้ยังมีแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นจากผู้ที่ทุจริตในการสอบแล้วได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้เต็มจำนวน ซึ่งเดิมกฎหมายกำหนดเพียงให้ออกจากราชการโดยพลัน โดยไม่กระทบต่อเงินเดือนหรือผลประโยชน์ที่ได้รับไปก่อนมีคำสั่งให้ออกจากราชการ

สรุป

รัฐได้มีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสกัดทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ ตั้งแต่การสร้าง Blacklist จนถึงการผลักดันกฎหมายอาญาเฉพาะและการเรียกคืนผลประโยชน์ที่ได้มาจากการทุจริต ผู้ที่สนใจเข้าสอบราชการควรปฏิบัติด้วยสততาเพราะระบบการตรวจสอบและการลงโทษกำลังถูกปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ LINE @antifakenewscenter เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com เฟซบุ๊ก X และ TikTok @antifakenewscenter หรือ Instagram @afnc_thailand

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
13 ก.ย. 2569 11:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
13 ก.ย. 2569 08:30
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
13 ก.ย. 2569 05:30
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ข่าวจริง
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์ว่าศาลรัฐธรรมนูญสั่งปลดนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
ข่าวปลอม·8 ต.ค. 2569·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมการเมือง
คำว่า "ปาตานี" ไม่ใช่เพิ่งประดิษฐ์ในปี 2565 แต่มีราคากำลังบ่มเพาะมาเกือบสองทศวรรษ
บิดเบือน·3 ต.ค. 2569·fact-check analysisการเมือง
ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
ข่าวจริง·25 ก.ย. 2569·รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีการเมือง
คณะรัฐมนตรีอนุมัติ Traffy Fondue เป็นช่องทางร้องเรียนกลางประเทศ
ข่าวจริง·25 ก.ย. 2569·คณะรัฐมนตรีการเมือง
ไทยเรียกพบทูตอิสราเอล เพื่อกดดันเรื่องธงปาเลสไตน์
ข่าวปลอม·25 ก.ย. 2569·โซเชียลมีเดียการเมือง
กรมการปกครอง งดออกใบอนุญาตปืน ป.3 และป.12 เป็นการชั่วคราว พร้อมทบทวนอายุใบป.4
ข่าวจริง·22 ก.ย. 2569·กรมการปกครองการเมือง