
พะยูนไทยจะสูญพันธุ์ ใน 3 เดือน เกยตื้นตายไปแล้ว 29 ตัว
ข่าวที่แพร่กระจาย
อย่าตื่นตระหนก ในปีงบประมาณ พ. 2568 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567-31 มกราคม 2568 พบพะยูนเกยตื้นทั้งสิ้น 28 ตัว เฉลี่ยเดือนละ 7 ตัว โดยการเกยตื้นเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การป่วยเรื้อรัง เรือชน และคาดว่า ติดเครื่องมือประมง เป็นต้น เนื่องจากสถานการณ์หญ้าทะเลเสื่อมโทรมในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่หญ้าทะเลในจังหวัดตรัง ซึ่งมีผลกระทบต่อสัตว์ทะเล โดยเฉพาะพะยูนที่กินหญ้าทะเลเป็นอาหารหลัก และพบพะยูนจำนวน 3 ตัวที่เกยตื้น เนื่องจากสาเหตุการขาดอาหารซึ่งเป็นผลจากหญ้าทะเลเสื่อมโทรม โดยพบว่า เกยตื้นที่จังหวัดตรัง 2 ตัว และจังหวัดสตูล 1 ตัว
ผลการตรวจสอบ
จากการสำรวจพะยูนในพื้นที่ทะเลอันดามันโดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการอนุรักษ์พะยูน พบว่า พะยูนบางส่วนได้มีการอพยพไปยังแหล่งหญ้าทะเลอื่น โดยเฉพาะแหล่งหญ้าที่บริเวณอ่าวพังงา และจังหวัดภูเก็ต พบจำนวนประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นและสามารถระบุจากอัตลักษณ์ได้ว่า พะยูนบางตัวมาจากจังหวัดตรัง นอกจากการสำรวจประชากรพะยูนแล้ว ทางกรม อส และ ทช ยังมีการวางแผนและดำเนินการด้านต่าง ๆ ในการอนุรักษ์พะยูน เช่น การเตรียมความพร้อมในการดูแลและจัดการพะยูนเกยตื้น การตรวจสุขภาพพะยูนในถิ่นที่อยู่อาศัย การดำเนินการลาดตระเวนในพื้นที่หญ้าทะเล จัดทำคอกฟื้นฟูหญ้าทะเล การจัดทำแปลงอาหารเสริมให้แก่พะยูน เป็นต้น และยังได้มีการประสานงานกับจังหวัดเพื่อจัดทำมาตรการในการคุ้มครองพะยูนในพื้นที่ ในการจัดการพื้นที่หญ้าทะเล ได้มีการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล โดยมีการทดลองการล้อมคอกหญ้าทะเล ซึ่งพบว่า หญ้าคาทะเล ซึ่งเป็นหญ้าใบยาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมพื้นที่เพื่อทำแหล่งพันธุ์หญ้าทะเลในการฟื้นฟูหญ้าในอนาคต AFNC รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ เราเช็กข่าวให้แล้ว
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ไม่มีหลักฐานรองรับ ประชาชนไม่ควรแชร์ต่อ โดยอ้างอิงจากกรมอุทยาน, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน