เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: ข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่เสี่ยงโรคไต-หัวใจโตทุกวัน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่กระจายกันอ้างว่า การรับประทานข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ทุกวันนั้นเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเสื่อมและหัวใจโตสำหรับผู้สูงอายุ ข้อมูลนี้มักถูกแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันส่งข้อความ โดยให้คำแนะนำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงการรับประทานธัญพืชสุขภาพเหล่านี้ทั้งหมด
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวบิดเบือนความเป็นจริง ตามหลักการโภชนาการที่ระบุในเว็บไซต์การสุขภาพแห่งกระทรวงสาธารณสุข ข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ไม่ใช่อาหารที่ผู้สูงอายุทั้งหมดต้องหลีกเลี่ยง แต่เป็นอาหารที่มีประโยชน์สูง มีใยอาหาร วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในระบบขับถ่ายและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่มีโรคไต ข้อจำกัดในการรับประทานข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ใช้ได้เฉพาะกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายเท่านั้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องควบคุมแร่ธาตุโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสอย่างเข้มงวด เพราะธัญพืชเหล่านี้มีฟอสฟอรัสสูงกว่าข้าวขาว หากร่างกายขับไม่ทันจะสะสมในเลือดและทำให้กระดูกเปราะบางตามมา อย่างไรก็ตาม การจำกัดอาหารไม่ได้เท่ากันทุกคนแต่ขึ้นอยู่กับระยะของโรคไตและระดับแร่ธาตุในเลือดของแต่ละบุคคล
สรุป
ผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่มีโรคไตสามารถรับประทานข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากอาหารทั้งสองชนิดนี้เป็นอาหารสุขภาพที่มีประโยชน์มาก ความเสี่ยงต่อโรคไตและหัวใจโตจากการรับประทานข้าวเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ตรงกับความเป็นจริง หากผู้สูงอายุมีโรคไตเรื้อรังหรือโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อรับคำแนะนำด้านการบริหารจัดการอาหารที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละคนก่อนเปลี่ยนแปลงวิธีการรับประทาน
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน