
ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข่อมูลที่แพร่กระจายระบุว่า ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง 3 เท่า โดยอ้างอิงจากระบบทะเบียน Thai ACS registry ที่รวบรวมข้อมูลจากสถาบันโรคทรวงอก ข้อมูลชุดนี้ประมวลผลจากผู้ป่วย STEMI (ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน) โดยเฉลี่ยปีละ 11,000 รายทั่วประเทศ โดยพบว่าผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในอัตราส่วน 3 ต่อ 1 หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของผู้ป่วยทั้งหมด
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวจริง โดยอิงตามข้อมูลจริงจาก Thai ACS registry ที่เป็นระบบทะเบียนระดับชาติสำหรับการติดตามผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน นอกจากการยืนยันอัตราส่วนเพศชาย 3 ต่อ 1 แล้ว ข้อมูลยังแสดงแนวโน้มสำคัญอื่น ๆ ที่มูลค่าในการตรวจสอบ ได้แก่ อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย STEMI ทั่วประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 9.01 ลดลงเหลือร้อยละ 8.0 ในปี 2568 และร้อยละ 7.85 ในปี 2569 ซึ่งบรรลุเป้าหมายระดับชาติ นอกจากนี้ ข้อมูลยังเผยให้เห็นว่ากลุ่มผู้ป่วย STEMI ไม่จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุในช่วง 50–70 ปีอีกต่อไป แต่ปัจจุบันกลุ่มวัยทำงานอายุ 21–40 ปี มีสัดส่วนรวมกันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4–5 และมีการรายงานผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 20 ปี ในประมาณร้อยละ 0.1–0.5 ของทั้งระบบ ซึ่งสะท้อนการเลื่อนตัวของปัญหาสุขภาพนี้ไปยังกลุ่มวัยหนุ่มสาว
สรุป
ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน (ACS) สูงกว่าผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ และโรคนี้ไม่ใช่ปัญหาของผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะเพศชายในวัยทำงาน (21–40 ปี) มีความสำคัญต้องเฝ้าระวัง หากท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เคยสูบบุหรี่ มีภาวะอ้วนลงพุง หรือเครียดสะสม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหัวใจเพื่อการตรวจสอบและการจัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ การคุมอาการสูบบุหรี่ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการจัดการความเครียดเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงให้กับตัวเองและครอบครัว
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน