
ปลดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
ข่าวที่แพร่กระจาย
ปลดนกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
ผลการตรวจสอบ
คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้มีการประชุม ครั้งที่ 2/2568 ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วาระสำคัญที่นำมาพิจารณาคือสถานภาพทางกฎหมายของนกปรอดหัวโขนที่เน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกต่อประชาชน และการสงวนและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำเสนอผลการศึกษา ซึ่งมาจากการทำงานของคณะทำงานรวม 4 คณะ ที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อประเมินสถานภาพและกำหนดมาตรการรองรับสถานะนกปรอดหัวโขน เน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกต่อประชาชนและการสงวนและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยผลการสำรวจพบว่า ประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติมีการกระจายตัวสูงทั่วประเทศ โดยประเมินจำนวนประชากรในธรรมชาติ มากกว่า 44,421 ตัว และพบการกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติสูงถึงร้อยละ 51 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า สถานภาพของนกมีปริมาณเพียงพอต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ในธรรมชาติ และแนวโน้มคดีการลักลอบล่าก็ไม่เพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลดังกล่าว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ถอดชื่อนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมุ่งหวังว่า การดำเนินการนี้จะช่วยลดแรงจูงใจในการล่านกจากธรรมชาติ ส่งเสริมให้การเพาะเลี้ยงมีความคล่องตัว และเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้แก่ผู้เพาะเลี้ยง พัฒนาไปสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต ทั้งนี้ แม้จะมีการปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการรองรับที่เข้มงวดว่า การล่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด กรมอุทยานฯ จะเพิ่มกำลังพลในการป้องกันลาดตระเวน เฝ้าระวัง และปราบปรามการลักลอบล่าในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบความเสี่ยงต่อการลดลงของจำนวนประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ จะมีการนำกลับเข้ามาพิจารณาในคณะกรรมการฯ เพื่อดำเนินการบรรจุเข้าบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง
สรุป
จากการตรวจสอบโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น ยืนยันแล้ว
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน