ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

ชายแดนเชียงรายพบผู้ป่วยหัดเพิ่มขึ้น กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีนให้ครบ

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 1 ธ.ค. 2568 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

บริเวณชายแดนจังหวัดเชียงรายพบผู้ป่วยจากโรคหัดเพิ่มขึ้น กลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับวัคซีนให้ครบ

ผลการตรวจสอบ

สถานการณ์โรคหัดถูกจับตาอีกครั้ง หลังรองโฆษกรัฐบาลเผยว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการระบาดเพิ่มขึ้น และไทยเองมีผู้ป่วยสงสัยโรคหัดและหัดเยอรมันสะสม 1,928 รายในปี 2568 ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคหัดมีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา จำนวน 511 ราย มีภาวะปอดอักเสบ 23 ราย โดยในเดือน กันยายน – ตุลาคม 2568 พบรายงานผู้ป่วยสงสัยโรคหัดจำนวน 46 ราย พบได้ทั้งใน เด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่ ซึ่งพบประปรายในจังหวัดระยอง พิษณุโลก หนองคาย อำนาจเจริญ นครปฐม ยะลา นราธิวาส นครศรีธรรมราช และสงขลา ผู้ป่วยมักพบกระจายหลายจังหวัดทั่วประเทศ และมีการเพิ่มขึ้นชัดเจนในเชียงราย ทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน โดยผู้ป่วยบางรายเกี่ยวข้องกับการระบาดในแขวงบ่อแก้วของ สปป.ลาว รวมถึงผู้ติดเชื้อจากลาวที่เข้ามารักษาในไทย แม้ไทยมีมาตรการควบคุมด้วยวัคซีน MMR แต่ขณะนี้หลายจังหวัดยังมีอัตราการได้รับวัคซีนต่ำกว่าเกณฑ์ 95% ซึ่งเสี่ยงทำให้โรคกลับมาระบาดได้ จึงขอให้ผู้ปกครองเร่งพาเด็กเข้ารับวัคซีนให้ครบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดการแพร่เชื้อในชุมชนต่อไป สำหรับคำแนะนำประชาชนป้องกันโรคหัด มีดังนี้ 1. นำเด็กเข้ารับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) ตามเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นพื้นที่ที่ไม่มีการระบาด แพทย์อาจพิจารณาให้เข็มแรกในช่วงอายุ 9-12 เดือน หากเด็กยังรับวัคซีนไม่ครบ 2 เข็ม ขอให้ผู้ปกครองพาเข้า รับวัคซีนให้ครบโดยเร็วที่สุด 2. หลีกเลี่ยงสถานที่คนพลุกพล่านในพื้นที่ระบาด สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างจากผู้อื่น 3. สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคหัด และไม่เคยรับวัดขึ้น ควรฉีดวัดซีนป้องกันโรคหัด และหัดเยอรมัน ให้ครบ 2 เข็ม หรืออย่างน้อย 1 เข็ม ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 4. กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของโรค เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) ให้สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีใช้ ผื่น ตาแดง น้ำมูกไหล มีจุดขาวเล็กๆ ขอบสีแดงในกระพุ้งแก้ม ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการ เดินทางและสวมหน้ากากอนามัยหากมีอาการป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ เนื่องจากโรคนี้ค่อนข้างแพร่เร็วผ่านการจาม ไอ พ่นของเหลว กระจายฝุ่น พูดคุย หรือกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดละอองฝอย ประชาชนควรติดตามข่าวสารและเฝ้าสังเกตอาการของตนเองและบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการระบาดและลดความเสี่ยงจากโรคหัด

สรุป

จากการตรวจสอบโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าข่าวนี้ได้รับการประเมินว่าเป็น ยืนยันแล้ว

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
1 ธ.ค. 2568 16:00
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
1 ธ.ค. 2568 16:01
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
1 ธ.ค. 2568 16:02
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ยืนยันแล้ว
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรงพยาบาลสระบุรีผ่าตัดนิ่วพลาดทำให้ท่อน้ำดีเสียหาย
ข่าวปลอม·14 ชม.·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
กินกล้วยวันละลูกทำให้อายุยืน 100 ปี เป็นการขยายผลเกินจริง
บิดเบือน·18 ชม.·ศูนย์ต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
น้ำอุ่นใส่น้ำมะนาวและหอมแดงล้างลำไส้ตอนเช้า
บิดเบือน·1 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุขจัดยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm เป็น "ยาอันตราย" ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2569
ข่าวจริง·2 วัน·กระทรวงสาธารณสุขสาธารณสุข
อาหารและเครื่องดื่มธรรมชาติเป็นสาเหตุโลหิตจาง
บิดเบือน·2 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
กรุงเทพมหานคร เปิดลงทะเบียนขอรับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีผ่าน Traffy Fondue
ข่าวจริง·2 วัน·กรุงเทพมหานครสาธารณสุข