การวิเคราะห์เบื้องต้น · รอการยืนยัน

เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบบิดเบือน

ข้อมูลบิดเบือน: อ้างปริมาณครีมกันแดดเหรียญ 10 บาท หรือ 2 ข้อนิ้วก้อยพอเพียง

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 6 ส.ค. 2569 1 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

ข้อมูลที่แพร่กระจายอ้างว่าการทาครีมกันแดดมากเกินไปมีผลเสียต่อร่างกาย และเสนอให้ใช้ปริมาณเพียงขนาดเหรียญ 10 บาท หรือเท่ากับความยาว 2 ข้อนิ้วก้อยก็เพียงพอแล้ว โดยนำเสนอราวกับเป็นคำแนะนำที่ปลอดภัยและเพียงพอต่อการป้องกันจากแสงแดด

ผลการตรวจสอบ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อเท็จจริงมีลักษณะบิดเบือน โดยแม้ว่าครีมกันแดดบางชนิดหากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจมีผลเสีย แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนบ่งชี้ว่าการทาครีมกันแดดจะก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อร่างกายอย่างที่ข้อมูลนั้นแนะนำ จากมุมมองของแพทย์ผิวหนัง การทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมหรือแม้ทาเกินไปดีกว่าการไม่ทา และสิ่งสำคัญคือประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งผิวหนังนั้นมากกว่าข้อกังวลที่กล่าวอ้าง สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งอเมริกาได้กำหนดปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้ครีมกันแดดอย่างชัดเจน คือสำหรับทั้งร่างกายจะต้องใช้ประมาณ 9 ช้อนชา หรือ 30-45 มิลลิลิตร และสำหรับใบหน้าและลำคอให้บีบครีมกันแดดเป็นเส้นตรงตามความยาวของนิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งหมด (ตั้งแต่โคนนิ้วจรดปลายนิ้ว) ซึ่งได้ปริมาณประมาณ 1.0-1.25 กรัม ปริมาณนี้มากกว่าท่อที่ข้อมูลต่างหากนำเสนออย่างมาก

สรุป

ข้อมูลที่ว่าครีมกันแดดมากเกินไปมีผลเสีย และปริมาณขนาดเหรียญ 10 บาทหรือ 2 ข้อนิ้วก้อยก็เพียงพอนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการเชื่อข่าวนี้คือการใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะลดประสิทธิภาพในการป้องกันแสงยูวี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังและความเสียหายจากแสงแดด เพื่อป้องกันตัวเองอย่างถูกต้อง ผู้อ่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งอเมริกา คือใช้ปริมาณ 30-45 มิลลิลิตรสำหรับทั้งร่างกาย และเส้นตรงเต็มนิ้วชี้-นิ้วกลางสำหรับใบหน้า รวมทั้งทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังเข้าน้ำและเช็ดตัวเสร็จ

ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
6 ส.ค. 2569 13:30
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
6 ส.ค. 2569 10:31
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
6 ส.ค. 2569 07:31
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — บิดเบือน
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดื่มไวน์แดงแก้นอนไม่หลับ คำแนะนำที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุน
บิดเบือน·13 ชม.·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
สารอะฟลาทอกซิน จากเชื้อรา อาหารอาจ ทำให้เกิดมะเร็งตับ กรมอนามัยเตือน
ข่าวจริง·1 วัน·กรมอนามัยสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์ Detarin อ้างสามารถกำจัดพยาธิและไข่ปรสิตทั่วร่างกาย
ข่าวปลอม·3 วัน·อย.สาธารณสุข
การคาดการณ์โรคระบาดใหญ่ปลายปี 2569 พร้อมอ้างแผนลดประชากรและวัคซีนใหม่
ข่าวปลอม·3 วัน·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
กระทรวงแรงงาน เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่าน ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข
ข่าวจริง·4 วัน·กระทรวงแรงงานสาธารณสุข
เตือน ผลไม้ 4 ประเภทกินบ่อย เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ
บิดเบือน·4 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข