
ครม. อนุมัติ ปรับเงินบำนาญชราภาพผู้ประกันตน คิดฐานเงินเดือนตลอดระยะเวลาการทำงาน
ข่าวที่แพร่กระจาย
เนื้อหาที่แพร่กระจายระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติการปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพสำหรับผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยเปลี่ยนมาจากการคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยในรอบ 60 เดือนสุดท้าย เป็นการคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานทั้งหมด พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างอดีตให้สะท้อนมูลค่าปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน เพื่อให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ตนและนายจ้างส่งไป พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน เนื้อหาสรุปว่าการปรับปรุงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นธรรม สมดุล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยอยู่ในเนื้อหาที่แชร์ผ่านช่องทางออนไลน์
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและยืนยันว่าข่าวเป็นความจริง โดยคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติการปรับเปลี่ยนระบบการคำนวณเงินบำนาญชราภาพตามที่เนื้อหากล่าวมา การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับผู้ประกันตนตั้งแต่มาตรา 33 และมาตรา 39 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อให้การคำนวณสะท้อนความเป็นธรรมในการบำรุงรักษาระบบประกันสังคมตลอดช่วงชีวิตการทำงาน หลักการใหม่นี้ทำให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบระยะเวลาจะได้รับเงินบำนาญที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยทั้งหมดตามมูลค่าปัจจุบัน ส่วนผู้ประกันตนที่ไม่ครบ 180 เดือนจะได้รับเงินบำเหน็จตามจำนวนเงินสมทบที่ตนและนายจ้างนำส่งรวมกับผลประโยชน์ตอบแทน การปรับปรุงนี้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการคำนวณเงินบำนาญและมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความยุติธรรมและสมดุลของระบบ
สรุป
ข่าวเกี่ยวกับการอนุมัติปรับปรุงระบบคำนวณเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคมนี้เป็นข่าวจริง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลต่อการคำนวณสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในอนาคต โดยเฉพาะผู้ที่มีระยะเวลาการทำงานยาวหรือมีอายุใกล้เกษียณ ผู้ประกันตนควรติดตามการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ทราบวันที่บังคับใช้และวิธีการคำนวณที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติ หากต้องการสอบถามหรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมผ่านช่องทาง LINE @antifakenewscenter หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน