
รับเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ผ่านแอป 'ทางรัฐ' ต้องใช้พร้อมเพย์ผูกเลขบัตรประชาชน
ข่าวที่แพร่กระจาย
ตามข้อมูลที่แพร่กระจาย การขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' มีข้อกำหนดว่าผู้ยื่นคำขอจะต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของตนเองเท่านั้น ห้ามใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และบัญชีต้องมีสถานะปกติ โดยชื่อในบัญชีจะต้องตรงกับชื่อของผู้ยื่นคำขอ ขั้นตอนการลงทะเบียนเริ่มจากเข้าแอป 'ทางรัฐ' เลือกเมนู 'ยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติ ครม.' จากนั้นกรอกข้อมูลสถานที่อยู่บ้านและพื้นที่ที่ประสบภัย เลือกลักษณะความเสียหาย ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและพร้อมเพย์ที่ผูกด้วยเลขบัตรประชาชน แล้วส่งคำร้อง เมื่อส่งแล้วระบบจะส่งข้อมูลไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตเพื่อตรวจสอบและผู้ยื่นคำขอสามารถติดตามสถานะได้ผ่านระบบ
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและพบว่าเป็นข่าวจริง สืบค้นจากข้อมูลทางการที่นำมาเป็นหลักฐาน ตามหลักการการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2569 ที่ประกาศผ่านมติคณะรัฐมนตรี ระบบการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทางการของรัฐบาล กำหนดให้ผู้ขอรับเงินเยียวยาจะต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์ที่มีการยืนยันตัวตนผ่านเลขประจำตัวประชาชน เนื่องจากข้อกำหนดนี้เป็นมาตรการปกป้องการเงินสาธารณะและป้องกันการโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียนและข้อบังคับการใช้บัญชีพร้อมเพย์ตามที่อธิบายนั้นสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินเยียวยาที่ระบุไว้ในแนวทางของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานกำกับในเรื่องการโอนเงินผ่านระบบสาธารณะ
สรุป
ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวจริงและสำคัญสำหรับผู้ประสบอุทกภัยที่ต้องการขอรับเงินเยียวยา ผู้ที่ประสบภัยต้องตระหนักว่าการลงทะเบียนต้องใช้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของตนเองเท่านั้น ห้ามใช้บัญชีอื่น บัญชีของผู้อื่น หรือพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ เนื่องจากอาจทำให้คำขอถูกปฏิเสธ ในการสมัคร ผู้ประสบภัยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนตัวและพร้อมเพย์ที่ใช้มีความถูกต้องและสมบูรณ์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการหรือต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติม ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีหรือศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน