เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

ข้อมูลบิดเบือน: กินไข่ต้มกับชาร้อน น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับ เสี่ยงนิ่วและไตพัง
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าการกินไข่ต้มร่วมกับชาร้อน น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับ จะทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะหรือไตพังโดยตรง ข้อมูลดังกล่าวระบุว่าสารต่างๆ ในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้อาจผสมกันในร่างกาย และเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วหรือความเสียหายต่อไต การเตือนนี้มักถูกแชร์ร่วมกับคำแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการรวมกินอาหารเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยง
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบแล้วพบว่าการเกิดนิ่วในไต (นิ่วแคลเซียมออกซาเลต) เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการที่ต้องมีพร้อมกัน ได้แก่ ปริมาณแคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก ปริมาณน้ำดื่ม และพันธุกรรม ไม่มีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการกินไข่ต้มร่วมกับชา น้ำเต้าหู้ ทำให้เกิดนิ่วทันที โดยเฉพาะในคนที่มีสุขภาพดีและดื่มน้ำเพียงพอ ความเสี่ยงแทบเป็นศูนย์ ส่วนลูกพลับ มีงานวิจัยแสดงว่าการกินปริมาณมากในรูปดิบเท่านั้นที่อาจทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะ (bezoar) แต่เฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาการเคลื่อนไหวของกระเพาะ และไม่เกี่ยวข้องกับการกินไข่ร่วมด้วยแต่อย่างใด ตามข้อมูลจากสำนักพยาบาล สถาบันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข
สรุป
การกินไข่ต้มร่วมกับชา น้ำเต้าหู้ หรือลูกพลับต้มไม่ได้เป็นสาเหตุตรงโดยตัวมันเอง การเกิดนิ่วในไตต้องมีหลายปัจจัยพร้อมกัน ไม่ใช่แค่การรวมกินอาหารบางชนิด ข้อควรระวังที่แท้จริงคือ ผู้ที่มีประวัตินิ่วแคลเซียมออกซาเลตควรจำกัดชาเข้มตามคำแนะนำแพทย์ และผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต้องควบคุมปริมาณโปรตีนตามค่าแนะนำของแพทย์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการแทนการพึ่งข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน