เรื่องนี้ ThaiFact วิเคราะห์จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ยังไม่มีหน่วยงานตรวจสอบข่าวปลอมหรือหน่วยงานทางการออกผลยืนยัน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณและตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

กินไข่ขาวมากเกินไป เสี่ยงไตเสื่อม
ข่าวที่แพร่กระจาย
รู้ก่อนกดแชร์ กินไข่ขาวมากเกินไป เสี่ยงไตเสื่อม ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงที่ว่า ผู้ป่วยโรคไตห้ามกินไข่ขาวมากเกินไปจะทำให้เสี่ยงไตเสื่อม แต่ต้องจำกัดปริมาณให้เหมาะสมตามระยะของโรคไตและน้ำหนักที่ควรจะเป็น เพราะ ไข่ขาว เป็นอาหารที่ให้โปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยง่าย ไข่ขาว 1 ฟอง มีโปรตีน 3. 5 กรัม เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ 1 ช้อนกินข้าว ผู้ป่วยโรคไตสามารถกินไข่ขาวได้ปริมาณเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยผู้ป่วยโรคไตควรมีการควบคุมทั้งพลังงานให้เหมาะสมกับน้ำหนักที่ควรจะเป็นของแต่ละคน รวมทั้งต้องควบคุมโปรตีน โพแทสเซียม โซเดียม และฟอสฟอรัสให้สอดคล้องกับระยะของการทำงานของไต วิธีคำนวณโปรตีนที่ควรได้รับสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ขึ้นกับว่าเป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะไหน ซึ่งมี 5 ระยะ คือ ระยะที่ 1 มีภาวะไตผิดปกติและการทำงานของไตปกติหรือเพิ่มขึ้น มีค่า eGFR มากกว่า 90 ระยะที่ 2 มีภาวะไตผิดปกติและการทำงานของไตลดลงเล็กน้อย มีค่า eGFR ระหว่าง 60 – 89 ระยะที่ 3 มีภาวะการทำงานของไตลดลงปานกลาง มีค่า eGFR ระหว่าง 30 – 59 ระยะที่ 4 การทำงานของไตลดลงมาก มีค่า eGFR ระหว่าง 15 – 29 และระยะที่ 5 ไตวายระยะสุดท้าย มีค่า eGFR น้อยกว่า 15 เป็นระยะที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตหรือเป็นระยะที่ต้องฟอกเลือด
ผลการตรวจสอบ
สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ให้อาหารทางหลอดเลือดดำและทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย ได้มีข้อกำหนดว่า ผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 1-3 ควรได้รับโปรตีน 0. 8 กรัมต่อวันต่อน้ำหนักตัวที่ควรจะเป็น 1 กิโลกรัม โรคไตระยะที่ 4-5 ควรได้รับโปรตีน 0. 6 กรัมต่อวันต่อน้ำหนักตัวที่ควรจะเป็น 1 กิโลกรัม โดยควรเป็นโปรตีนคุณภาพดีมากกว่า 60% ซึ่งหากกินไข่ขาวอย่างเดียว ต้องกำหนดปริมาณไข่ขาวที่สามารถกินได้ต่อวัน โดยคำนวณจากระยะของโรคและน้ำหนักตัว ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 1-3 มีน้ำหนักที่ควรจะเป็น เฉลี่ยที่ 60 กิโลกรัม สามารถกินไข่ขาวได้ 8 ฟอง แต่หากกินเนื้อสัตว์อื่นเพิ่มทุก ๆ 1 ช้อนกินข้าว แนะนำให้ลดการกินไข่ขาวลง 1 ฟอง หรือกินอาหารกลุ่มโปรตีนตามแพทย์ผู้รักษาโรคไตแนะนำ ข้อมูลนี้บิดเบือน AFNC ตรวจสอบให้แล้ว
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยอ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุข, กรมอนามัย, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ให้อาห
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน