ภาพประกอบข่าวหมวดสาธารณสุข
ผลการตรวจสอบข่าวจริง

กินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ทำให้เสี่ยงหมดสติได้

โดย ทีมงาน ThaiFact เรียบเรียงด้วย AI · ทีมงานกำกับ ตรวจสอบเมื่อ 29 พ.ค. 2568 2 แหล่งอ้างอิง

ข่าวที่แพร่กระจาย

กินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ทำให้หมดสติได้ เป็นจริงในการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดแอลกอฮอล์ได้ ทำให้เสี่ยงต่อการหมดสติได้ ข้อแนะนำหากกินทุเรียนควรมีระยะห่างกับการดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 6 ชั่วโมง แอลกอฮอล์มีฤทธิ์เป็น สารกดระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System Depressant) หมายความว่า มันจะไปชะลอการทำงานของสมองและระบบประสาททั้งหมด เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณมากและรวดเร็ว ร่างกายจะไม่สามารถเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้ทัน ทำให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อสมองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะส่วนที่ควบคุม การรู้สึกตัว (Consciousness) เมื่อสมองส่วนนี้ถูกกดอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดอาการง่วงซึม ซึมเศร้า และในที่สุดก็หมดสติหรือเข้าสู่ภาวะโคม่าได้

ผลการตรวจสอบ

การหายใจ (Respiration) แอลกอฮอล์สามารถกดศูนย์ควบคุมการหายใจในสมอง ทำให้การหายใจช้าลง หายใจตื้นหรือไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย (Temperature Regulation) แอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนได้ง่าย นำไปสู่ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ (Hypothermia) ซึ่งอาจทำให้หมดสติและเป็นอันตรายถึงชีวิต การควบคุมการทำงานของหัวใจ (Heart Rate Regulation) อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือช้าลงได้ ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ (Alcohol Poisoning) การหมดสติเป็นสัญญาณที่ร้ายแรงของภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ หากดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปในเวลาอันสั้น ร่างกายไม่สามารถกำจัดแอลกอฮอล์ได้ทัน ทำให้เกิดการสะสมของแอลกอฮอล์และสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ในร่างกาย  ทั้งนี้ กินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดอาการหมดสติได้ง่ายเพราะ สารกำมะถันในทุเรียน ซึ่งทุเรียนมีสารประกอบซัลเฟอร์ (กำมะถัน) สูง สารเหล่านี้มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ “Aldehyde dehydrogenase” (ALDH) ในตับ ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารพิษ “อะเซทัลดีไฮด์” (Acetaldehyde) ที่เกิดจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ การสะสมของสารพิษ เมื่อเอนไซม์ ALDH ถูกยับยั้ง ทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดอะเซทัลดีไฮด์ได้อย่างรวดเร็ว สารพิษนี้จึงสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น หน้าแดง ตัวร้อน วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่อาการหมดสติ หรือถึงแก่ชีวิตได้

สรุป

จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน โดยอ้างอิงจากศูนย์ควบคุมการหายใจในสมอง

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

ไทม์ไลน์การตรวจสอบ
29 พ.ค. 2568 14:11
ระบบตรวจพบข่าวจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
29 พ.ค. 2568 14:12
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบและยืนยันผลแล้ว
29 พ.ค. 2568 14:13
เผยแพร่ผลการตรวจสอบ — ยืนยันแล้ว
แหล่งอ้างอิง
1
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม — แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นทาง
2
ศูนย์ควบคุมการหายใจในสมอง
เกี่ยวกับบทความนี้

ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น

บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)

พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดื่มไวน์แดงแก้นอนไม่หลับ คำแนะนำที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุน
บิดเบือน·9 ชม.·Anti Fake News Centerสาธารณสุข
สารอะฟลาทอกซิน จากเชื้อรา อาหารอาจ ทำให้เกิดมะเร็งตับ กรมอนามัยเตือน
ข่าวจริง·1 วัน·กรมอนามัยสาธารณสุข
ผลิตภัณฑ์ Detarin อ้างสามารถกำจัดพยาธิและไข่ปรสิตทั่วร่างกาย
ข่าวปลอม·3 วัน·อย.สาธารณสุข
การคาดการณ์โรคระบาดใหญ่ปลายปี 2569 พร้อมอ้างแผนลดประชากรและวัคซีนใหม่
ข่าวปลอม·3 วัน·ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมสาธารณสุข
กระทรวงแรงงาน เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่าน ศูนย์ซ่อม สร้าง สุข
ข่าวจริง·4 วัน·กระทรวงแรงงานสาธารณสุข
เตือน ผลไม้ 4 ประเภทกินบ่อย เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ
บิดเบือน·4 วัน·Anti Fake News Centerสาธารณสุข