
กองทุนผู้สูงอายุ เปิดกู้ทุนประกอบอาชีพ 60 ปีขึ้นไป ผ่อน 3 ปี ไม่มีดอกเบี้ย
ข่าวที่แพร่กระจาย
ข้อมูลที่แพร่กระจายระบุว่า กองทุนผู้สูงอายุเปิดให้บริการกู้ยืมทุนเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยผ่อนชำระได้นานถึง 3 ปี และไม่มีดอกเบี้ย มีการให้บริการกู้ยืมสองประเภท ได้แก่ การกู้ยืมรายบุคคลจำนวนไม่เกิน 30,000 บาท และการกู้ยืมรายกลุ่มโดยกลุ่มละไม่น้อยกว่า 5 คนและจำนวนไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ยังมีการให้การสนับสนุนโครงการแบ่งตามขนาดอาชีพ ได้แก่ โครงการขนาดเล็กไม่เกิน 50,000 บาท โครงการขนาดกลาง 50,000–300,000 บาท และโครงการขนาดใหญ่เกิน 300,000 บาทขึ้นไป ผู้สูงอายุสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือสายด่วน พม. โทร.1300
ผลการตรวจสอบ
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง โดยกองทุนผู้สูงอายุจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย บริการของกองทุนแบ่งเป็นสองประเภท คือ การให้การสนับสนุนโครงการ (หลากหลายขนาดตั้งแต่ 50,000 บาทถึง 300,000 บาทขึ้นไป) และการให้บริการกู้ยืมเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพแบ่งเป็นการกู้ยืมรายบุคคล (ไม่เกิน 30,000 บาท) และการกู้ยืมรายกลุ่ม (ไม่เกิน 100,000 บาทต่อกลุ่ม) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการชำระและการสมัครขอสินเชื่อ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1300
สรุป
ข่าวที่ระบุว่ากองทุนผู้สูงอายุเปิดให้บริการกู้ยืมทุนประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและมีอยู่จริง ผู้สูงอายุที่สนใจขอสินเชื่อสามารถติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดของจังหวัดของตน หรือโทรสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เงื่อนไขการสมัคร ขั้นตอนการพิจารณา และระยะเวลาการชำระหนี้ ให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้รับมาจากแหล่งทางการเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน