
กทม. เตรียมดำเนินการทางกฎหมาย กับร้านรับซื้อสายไฟของโจร
ข่าวที่แพร่กระจาย
ที่ประชุมสำนักการโยธา รายงานสาเหตุของไฟฟ้าดับ คิดเป็นอุปกรณ์ชำรุด 50% รองลงมาคือ สายไฟถูกขโมย 35% ความชื้น 10% สาย Main ขาด 4% และภัยธรรมชาติ 1% ซึ่งแบ่งเป็นทรัพย์สินของ กทม. ถึง 90% และอีก 10% เป็นของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน. ) พร้อมกันนี้ ได้จัดทำแนวทางแก้ปัญหาสายไฟถูกลักขโมย เช่น การกำหนดรูปแบบชุดปฏิบัติงานให้ชัดเจนเพื่อง่ายต่อการสังเกต กำหนดรูปแบบสติกเกอร์สำหรับรถปฏิบัติงานซ่อมแซมไฟฟ้าเร่งด่วน รูปแบบการเดินสายอากาศ รวมถึงการติดตั้งระบบ IoT ในตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
ผลการตรวจสอบ
ด้านมาตรการป้องกันระยะยาวมีการจัดทำมาตรฐานเสาไฟรูปแบบใหม่ รวมถึงประสาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน. ) บังคับใช้กฎหมายในการลงโทษร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อของโจรขโมยสายไฟ หาก “รับของโจร” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหาก “นำของโจรมาขาย” มีโทษจำคุก 6 เดือน – 10 ปี และปรับ 10,000 – 200,000 บาท (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357) นอกจากนี้ กทม. ได้เปิด “ยุทธการช็อตโจรขโมยสายไฟ” พร้อมระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการใช้เทคโนโลยี การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากปัญหาการขโมยสายไฟในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐเป็นมูลค่าหลายล้านบาท แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
สรุป
จากการตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่เชื่อถือได้ พบว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง มีหลักฐานยืนยันชัดเจน โดยอ้างอิงจากสำนักการโยธา, การไฟฟ้านครหลวง, ตำรวจนครบาล
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
บทความนี้วิเคราะห์และเรียบเรียงด้วยระบบ AI ภายใต้กรอบและการกำกับของทีมงาน ThaiFact ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเนื้อหาที่เผยแพร่ (การเปิดเผยการใช้ AI)
พบข้อผิดพลาด? แจ้งแก้ไข · นโยบายการแก้ไขและถอดบทความ · วิธีการทำงาน