กรมขนส่งฯเดินหน้าไทยช่วยไทย พลัส ชวนผู้ประกอบการรถสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมลดภาระค่าครองชีพประชาชน ผู้ประกอบการรายเดิมยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ถึง 30 ก.ย.69 ส่วนรายใหม่ (ไม่เคยเข้าร่วมฯ) ลงทะเบียนที่ ธ.กรุงไทย ถึง 31 ก.ค. 69 กรมการขนส่งทางบก ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อมุ่งลดภาระค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการฯ โดย ผู้ประกอบการรายเดิม ที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ได้ทันทีจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ขณะที่ ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถติดต่อลงทะเบียนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์พลังงาน อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำไปที่ด้านการเดินทางซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการคมนาคมขนส่ง มุ่งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบขนส่งของประเทศให้ก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ กระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนในระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงการสนับสนุนดัง
กรุงไทยKTB
ธนาคารกรุงไทย — รัฐวิสาหกิจ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(29พ.ค.69)ที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.45-32.70 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น เข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.52-32.73 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า สหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลง MOU ในการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเดินหน้าการเจรจาหยุดยิงให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ขณะที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ได้ออกมาผสมผสาน โดยทั้ง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 (+1.6%q/q, annualized) และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ต่างออกมาแย่กว่าคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนเมษายน ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 3.8% ตามคาด แต่โมเมนตัมอัตราเงินเฟ้อ PCE (%m/m) กลับชะลอลงสู่ระดับ 0.4% น้อยกว่าที่ตลาดคาด เช่นเดียวกันกับ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ที่ไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน แม้จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.3% ตามคาด แต่โมเมนตัม (%m/m) ได้ชะลอลงเล็กน้อยสู่ระดับ 0.2% น้อยกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯมากนักสำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และตลาดจ
บัญชี TikTok "ktb1148" ที่ยืนยันให้สินเชื่อสินเชื่อไม่ใช่ช่องทางทางการของธนาคารกรุงไทย แต่เป็นการแอบอ้างโลโก้ของธนาคารเพื่อหลอกลวงผู้ใช้
ธนาคารกรุงไทยเปิดจุดบริการพิเศษในวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือการลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ข่าวนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นข้อมูลจริง
ข่าวว่าธนาคารกรุงไทยและธนาคารทหารไทยธนชาติควบรวมกิจการเป็นข่าวลือ ได้ถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการโดยทั้งสองธนาคารผ่านตลาดหลักทรัพย์หลายครั้ง
บัญชี TikTok อ้างเป็นธนาคารกรุงไทยเปิดสินเชื่อเคลียร์หนี้เป็นข่าวปลอม ธนาคารชี้ชัดว่าไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่าน TikTok และโลโก้ถูกใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต