ทหารกัมพูชา ถืออาวุธบุกรุกดินแดนไทย
ข่าวประโยค "ทหารกัมพูชาบุกเข้าดินแดนไทยที่สุรินทร์" เป็นข่าวปลอมที่ไม่มีมูลแ ละภาพประกอบเป็น AI สร้างขึ้นเอง ตรวจสอบแล้วจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจสื่อสารออนไลน์ที่ระบุว่า ทหารกัมพูชาพบฐานทหารไทยแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้าง โดยระบุว่าไม่พบเจ้าหน้าที่ที่บริเวณนั้น ข้อมูลดังกล่าวแพร่กระจายผ่านเพจที่มีเนื้อหาหลากหลาย และอ้างอิงถึงกองทัพบกและช่องข่าวหลักเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลที่เผยแพร่
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว โดยประสานกับกองทัพภาคที่ 2 ผลการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าว "ไม่มีมูลความจริง" กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เพจดังกล่าวมีลักษณะการเผยแพร่ข้อมูลที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม เนื้อหาส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้อความที่เป็นเท็จ และใช้ภาพที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากนั้นนำข้อความมาปะผสมโดยไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับวันที่ เวลา หรือสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ นอกจากนี้ เพจดังกล่าวมักอ้างอิงถึงกองทัพบกและช่องข่าวหลักเพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นดูเหมือนเชื่อถือได้มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับทหารกัมพูชาพบฐานทหารไทยที่ถูกทิ้งร้างเป็นข่าวปลอมที่สร้างจากการปะผสมข้อความเท็จและภาพ AI อย่างจงใจเพื่อหลอกลวงผู้อ่าน หากผู้อ่านพบข้อมูลลักษณะเดียวกันในอนาคต ควรตรวจสอบกับช่องข่าวอย่างเป็นทางการ กองทัพบก หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนการแชร์หรือเชื่อข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าข้อมูลมีการอ้างอิงหลายหน่วยงานแต่ไม่มีรายละเอียดวันเวลาสถานที่ที่ชัดเจน
ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ThaiFact ทำหน้าที่เรียบเรียงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต้นทาง โดยอ้างอิงเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ความถูกต้องของผลตรวจสอบเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ระบุข้างต้น
หากพบข้อผิดพลาดหรือต้องการแจ้งแก้ไข กดที่นี่ · อ่านวิธีการทำงานทั้งหมด /methodology
ข่าวประโยค "ทหารกัมพูชาบุกเข้าดินแดนไทยที่สุรินทร์" เป็นข่าวปลอมที่ไม่มีมูลแ ละภาพประกอบเป็น AI สร้างขึ้นเอง ตรวจสอบแล้วจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมยืนยันว่าข่าวเกี่ยวกับทหารกัมพูชาเดินผ่านไทยบริเวณช่องดาระกาเป็นข่าวปลอม สร้างจากการผสมผสานข้อมูลและภาพที่ดัดแปลงด้วย AI โดยไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือ
ข่าวกัมพูชาลากรถถัง 90 คันแพร่ออนไลน์เป็นข่าวปลอม ไม่มีการอ้างอิงจากหน่วยงานทางการและใช้ภาพสร้างจาก AI